Boy Plus


♥ Part 23: อะไรๆก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว (Partแรก)

“แล้วเมิงจะให้กรูทำไงล่ะ!”
หลังจากเหตุการณ์ที่ผมทำร้ายจิตใจต้าร์ลงไป แต่ด้วยความที่อึดอัดใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ

วันต่อมาสิ่งที่ผมทำคือมุ่งตรงไปปรึกษาไอ้กายถึงห้องมันตั้งแต่เช้าตรู่


“อย่างแรก....เมิงเอาหัวเมิงมาให้กรูดูก่อนดิ๊!”
“ทำไมวะ?”
ถึงผมจะสงสัยกับเรื่องที่ไอ้กายมันพูดว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับหัวผม แต่ผมก็ยอมยื่นหัวไปให้มันโดยดี ก็หวังมาปรึกษาปัญหากับมันที่ห้องมันนี่แหล่ะ

ตอนนี้ไอ้กายสำหรับผมแล้วเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่ผมจะพอหาได้ มันว่าอะไรก็เชื่อมันหน่อยล่ะ


“อืมๆ.....เอ?.....”
ไอ้กายมันก็แหวกเส้นผมของผมไปมาจนหัวผมยุ่งไปหมด ทำท่าเหมือนกำลังมองหาอะไรสักอย่าง
“เมิงหาอะไรวะ? หัวกรูยุ่งหมดแล้ว”
“เออ....เขาเมิงก็ไม่ได้งอก แต่ทำไมเมิงโง่สัดๆขนาดนี้วะ ไอ้เอี้ย!”

ผั๊วะ!!!!

มันไม่ด่าเปล่า หนำซ้ำยังแถมมีฝ่ามือหมีตะปบลงกลางกระบาลผมซะอีก แถมฟาดซะเต็มแรงจนผมหัวทิ่มหัวตำแทบจะตกเก้าอี้
“โอ๊ย!!! ไอ้เอี้ยกาย เมิงมาตบหัวกรูทำไมว๊า!?!”

“โทษฐานที่เมิงโง่ไง! แทนที่เมิงจะแก้ปัญหาตัวเองได้ แต่เมิงเจือกดันสร้างปัญหาเพิ่มมาอีก

กรูถามจริง ตอนที่เมิงไล่ไอ้ต้าร์ไปน่ะ เมิงเอาหัวแม่ตีนคิดเหรอวะ? เมิงนี่ก็โง๊โง่!!!!!ได้ใจอิ๊บอ๋าย นี่กรูว่าเมิงคบกะใครไม่ได้นานทั้งเพื่อนทั้งแฟนแมร่งหนีหมด ก็เพราะเมิงเป็นแบบนี้นั่นแหล่ะ! ไอ้ควาย!!!”

นี่ผมมาปรึกษาปัญหาถูกคนมั้ยเนี้ย? ไหงดูเหมือนว่ามันกำลังซ้ำเติมผมให้หนักกว่าเดิมซะอีก

ไอ้หมีเพื่อนรักแทนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายได้ แบบนี้ก็เหมือนเดินเข้าห้องมาให้มันกระทืบซ้ำชัดๆ

 

“ไอ้แม็ก...กรูว่าอย่างแรกที่เมิงควรทำ คือไปง้อไปขอโทษมันซะ! บอกมันว่าตอนนั้นเมิงเมา ทำไปไม่รู้ตัวก็ได้”
“คงจะเชื่อหรอกนะไอ้บ้า! ก็กรูไม่ได้เมาจะไปแหลว่าเมา ต้าร์มันคงจะเชื่อหรอก”
“แล้วเมิงจะทำยังไง? เมิงเล่นไล่ไอ้ต้าร์ยังกะหมูกะหมาเองนี่หว่า กรูนึกวิธีแก้ตัวให้เมิงได้แค่นี้ล่ะ!”

อย่างที่คิดเลย...ไอ้กายเป็นที่ปรึกษาที่ห่วยแตกที่สุด ความคิดที่มันช่วยผมคิดเอาบรรทัดฐานตัวเองคิดมาทั้งนั้น

แล้วมันก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าผมกับมันสันดานไม่ได้เหมือนกันสักหน่อยจะได้เอาวิธีมันมาใช้ได้
แต่ทำไงได้ ก็ผมไม่มีใครจะให้ปรึกษาแล้วนี่! มีแต่มันนี่แหล่ะที่ยอมมานั่งรับฟังปัญหางี่เง่าของผมได้อย่างไว้ใจได้ที่สุด ถึงแม้ว่าความคิดเห็นของไอ้กายมันจะห่วยแตก แต่ก็ต้องฟังมันหน่อยล่ะ เผื่ออะไรๆดีๆจะเล็ดลอดออกมาให้ผมปิ๊งไอเดียได้บ้าง

“ไอ้กาย กรูว่า....ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเลยจะดีมั้ยวะ? อย่างน้อยกรูกับไอ้ต้าร์จะได้ห่างๆกันบ้าง”

“ถ้าห่างกันแล้ว เมิงรู้สึกยังไงล่ะ? ถ้าเมิงคิดว่าสิ่งที่เมิงทำมันดีมันถูกต้องแล้ว แล้วที่เมิงมาห้องกรู มาปรึกษาเรื่องเนี้ยทำเอี้ยทำไมว่ะ?”
ผมฟังคำพูดไอ้กายแล้วก็ยากจะตอบกลับมันได้ ได้แต่ก้มหน้าคอตก
“กรู.....”
คำถามของไอ้กายมันตอกย้ำผม สิ่งที่ผมทำไปในตอนนั้น บอกตรงๆว่ารู้สึกแย่มาตลอด ทั้งที่ตอนแรกก็คาดหวังว่ามันจะต้องออกมาในแบบนี้อยู่แล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในใจกลับทำให้ผมรู้สึกผิดและหดหู่ที่สุด ซึ่งไอ้กายพูดมันถูกต้องก็ที่สุดแล้ว ผมไม่อาจจะทนกับความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป จึงได้หอบหน้ามาปรึกษามันอยู่ในตอนนี้เอง

 “ไอ้แม็ก ....ถามใจเมิงดิ๊! เมิงรู้สึกยังไงกับไอ้ต้าร์กันแน่ ปกติเมิงเป็นคนที่ทำอะไรไม่แคร์ใครอยู่แล้ว แต่กับไอ้ต้าร์เมิงปฏิบัติกับมันอย่างที่กรูไม่เห็นเมิงทำกับคนอื่นๆ หรือแม้แต่พวกบรรดาแฟนเก่าของเมิงเองกรูก็ไม่เคยเห็นเมิงจะสน เมิงก็ยังไม่เห็นจะมีที่ท่าร้อนรนเหมือนตอนนี้เลย”
ผมเป็นอย่างที่มันพูดเหรอ? กับไอ้ต้าร์แล้วผมทำให้คนอื่นมองเห็นเป็นแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ?


“กรูไม่รู้!!! กรูรู้อย่างเดียวว่ากรูไม่อยากรู้สึกผิดอยู่อย่างนี้ต่อไป......กรูไม่รู้จะตอบเมิงยังไงว่ะไอ้กาย กรูสับสน!”


ไอ้กายมันเห็นท่าทีผมอึกอัก ก็นั่งเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ เอามือกอดอกเหมือนจะเบื่อกับท่าทางของผม ดวงตาหยีๆของมันหรี่ตาลง สายตามันมองผมที่นั่งค้อมหลังก้มตัวอยู่กลางห้องอย่างสังเวช  ผมรู้สึกตัวเองว่าราวกับเด็กที่กำลังถูกผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนซะงั้น ยิ่งท่าทางไอ้กายที่มองผมเหมือนจะทะลุปรุโปร่งไปทั้งตัวบวกกับคำพูดที่เหมือนจะย้ำว่าผมจะเปลี่ยนไป ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกยังกับโดนหินทับจนขยับตัวไม่ได้ เมิงเห็นกรูเป็นผู้ต้องหารึไงว๊า!!!
“เฮ้อ.....กรูบอกเมิงเองก็ได้...เมิงชอบไอ้ต้าร์! แล้วเมิงก็ไม่ได้ชอบแบบพี่น้องด้วย”

“เฮ้ย!เป็นไปไม่ได้! กรูไม่ใช่เกย์ ! กรูจะมาชอบไอ้ต้าร์แบบนั้นได้ไง กรูเป็นผู้ชายปกตินะเว้ย! เป็นไปไม่ได้ เมิงพูดพล่อยๆแบบนี้กรูเสียหายนะเว้ย!”

“เฮ้อ....อันนี้ก็เรื่องของเมิง แล้วแต่สมองของเมิงจะคิดก็แล้วกัน แต่เมิงต้องเลิกปิดกั้นตัวเองได้แล้ว ถามใจเมิงดูเองล่ะกัน ว่าที่เมิงคิดกับที่ใจเมิงรู้สึก อันไหนกันแน่ที่มันถูกต้องน่ะ”

 “กรู....กรูไม่รู้ว่าตอนนี้กรูรู้สึกแบบไหนกันแน่? ขนาดกรูยังไม่เข้าใจตัวเองเลย......”
อย่าว่าจะถามใจเลย แม้แต่เรื่องที่ผมรู้สึกในตอนนี้ผมยังไม่รู้สึกเลยว่ามันอารมณ์ไหนกันแน่ มันกระวนกระวายและสับสนอย่างที่สุด ทั้งที่เหตุการณ์ที่ผมไล่ไอ้ต้าร์จะผ่านมาสองวันแล้ว แต่มันก็ทำให้ผมสงบจิตใจไม่ได้เลย ยิ่งผมคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่มากขึ้นเท่านั้น แถมร้ายที่สุดคือทำให้หลับไม่ได้เกือบทั้งคืน เฝ้าแต่คิดกังวลเรื่องที่ตัวเองทำไปและวนเวียนอยู่แบบนั้น....


“ไอ้แม็ก...กรูก็ให้คำปรึกษาเมิงได้แค่นี้แหล่ะ เพราะเรื่องแบบนี้เมิงเองนั่นแหล่ะที่ต้องตัดสินใจเอง ว่าเมิงจะตัดเยื่อใยไอ้ต้าร์ไปตลอด หรือเมิงจะสานสัมพันธ์ต่อไป แต่กรูขอบอกไว้อย่าง......... คิดดีๆ! ก่อนที่เมิงอาจจะทำผิดซ้ำสอง”

ไอ้กายลุกจากเก้าอี้ เดินมาตบที่ไหล่ผมเบาๆ
“ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กรูรู้ว่าเมิงคิดได้แน่ๆ”


แล้วมันก็เดินออกจากห้องไป........ปล่อยผมไว้ในห้องเพียงลำพัง....................

 

...
........
.............
.................

“ว๊ากกกกกก!!!!! เครียดโว้ย!!!!”

เสียงแหกปากลั่นห้องของผมคงได้ยินกันไปทั้งชั้นเลยได้มั้ง ก็มันเครียดนี่นา ทำไมผมต้องมาทำอะไรงี่เง่าแบบนี้ด้วย
ไล่ไอ้ต้าร์ไปแล้วทำไงล่ะ! มันก็ต้องมาขอโทษอย่างที่ไอ้กายบอกน่ะแหล่ะ แต่จะให้เริ่มยังไงหว่า?......ไอ้กายก็ออกไปข้างนอกแล้วสิ  ไอ้เรื่องง้อคนผมไม่ถนัดเอาซะเลย

อืม.......ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า แค่พูดขอโทษก็พอแล้ว จากนั้นค่อยไหลไปตามน้ำดีกว่า
“เอ้า! เอาแบบนี้แหล่ะวะ!”

ตัดสินใจได้แล้วผมก็เดินออกจากห้องไอ้กาย เดินขึ้นไปชั้น 3 มุ่งหน้าไปห้องไอ้ต้าร์ทันที กะว่าถ้าขอโทษแล้วไอ้ต้าร์คงจะเข้าใจ ส่วนไอ้เรื่องที่มันคาใจตัวเองอยู่ตอนนี้ขอเก็บไว้ก่อนล่ะกัน แก้ปัญหาไปทีละเปาะ
“เอาละเว้ย!ไอ้แม็ก คนอย่างกรูไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องแค่พรรณนี้กรูก็ต้องแก้ไขเองได้เหมือนกันเว้ย!”
ขณะที่กำลังเดินขึ้นไปผมก็พูดให้กำลังใจตัวเองไป แต่ในใจก็ตุ้มๆต่อมๆเป็นขี้ขลาดซะงั้น แต่ก็ฝืนบังคับร่างกายตัวเองเดินหน้าต่อ
.............
ไม่ทันจะหายตื่นเต้น .....ผมก็มายืนที่หน้าห้องของไอ้ต้าร์เรียบร้อยแล้ว

“อา......จะเริ่มไงดีวะ?”
พอเอาเข้าจริง ผมกลับรู้สึกว่าป๊อดกว่าเดิมซะอีก เป็นอะไรไปวะ?แค่มาขอโทษแค่เนี้ย ทำยังกะมาเกณฑ์ทหารจับใบดำใบแดง
“ฮู่ว...ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด”
อย่างแรกเหรอ? เอ่อ... ก็เคาะประตูสิวะ...เออ....ก็แค่เนี้ย

ก๊อกๆๆๆ

........


เงียบ........

“อีกทีดิ๊”

 ก๊อกๆๆๆ

........


ก็เงียบอีก........


เอ....อยู่รึเปล่าหว่า?

“ต้าร์นี่เฮียเอง...เปิดประตูหน่อย....”
เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเรียกแทนตัวเองว่า “เฮีย” ปกติแล้วผมก็ “กรูกะเอ็ง” อยู่ตลอด แต่มาขอโทษทั้งทีก็ให้มันสุภาพหน่อยล่ะกัน

เงียบ........

“อ่า.....ต้าร์ เฮียมาขอโทษน่ะ เปิดประตูให้เฮียเข้าไปหน่อยได้ป่าว?”

“...........”
ท่าทางจะงอนจริงเว้ย เอาน่ะ...ยอมมาง้อแล้วนี่ ก็พยายามต่อไปก็แล้วกัน
“ต้าร์....เปิดหน่อย...เฮียขอโทษ”


ผมทั้งเคาะทั้งยืนคุยอยู่กับประตูห้องตั้งหลายนาที แต่ก็ไม่เห็นวี่แววหรือแม้แต่เสียงกุกกักในห้องเลย

 

“รึจะไม่อยู่ห้องจริงๆวะ?”

 

 


.........................................................................

 

 

“ช่วงนี้ผมจะไม่อยู่นะสักพักนะครับ จะไปค้างที่หอเพื่อนสักหน่อย พี่ดินอย่าไปบอกเฮียแม็กล่ะว่าผมไปไหน”
“แล้วจะไปนานมั้ยล่ะต้าร์? แล้วนี่คิดจะไปโดยไม่บอกแม็กสักหน่อยเหรอ? พี่ว่า...”
“หึ๊!ไม่ล่ะพี่ แบบนี้แหล่ะดีแล้ว เฮียเค้าคงจะสบายใจกว่าถ้าไม่เห็นหน้าผมอ่ะ ผมไปนะ”
“อ...อืม แล้วพี่จะโทรหานะ”

เด็กน้อยพยักหน้าตอบรับ รอยยิ้มฝืนๆบนใบหน้าแทนคำขอบคุณ ก่อนจะก้มลงหยิบเอากระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่วางอยู่บนพื้นขึ้นสะพายหลัง แล้วเดินออกไปที่รถรับจ้างที่จอดรออยู่................


รถเคลื่อนตัวออกไป......

ทิ้งไว้แต่ควันจากท่อไอเสียจางๆกับความรู้สึกแย่ๆของตัวเองเอาไว้เบื้องหลัง

 

“ดิน....ไอ้ต้าร์มันไปแล้วเหรอ?”
“อืม....ไปแล้ว”

หลังจากที่เป็นที่ปรึกษาให้แม็กสักพัก กายก็เดินลงมายังชั้นล่าง เห็นเพียงก้อนดินที่ยืนอยู่หน้าหอเพียงคนเดียว ความจริงทั้งสองรู้ว่าวันนี้ต้าร์จะไปที่อื่นอยู่แล้ว แต่เพราะต้าร์ขอไว้ไม่ให้บอกกับแม็ก เพราะคิดไปว่าการที่ตัวเองหายไปจากที่นี่โดยที่แม็กไม่ต้องมารับรู้คงดีกว่า
 

“สงสารไอ้ต้าร์มันเหมือนกันเนาะ อยากจะช่วยมันอยู่หรอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยมันแบบไหนดี”
“มันเป็นเรื่องของเค้าสองคนล่ะนะ เราคงทำอะไรไม่ได้มาก......ว่าแต่เพื่อนกายล่ะ ตอนนี้เป็นไงมั่ง?”

“นั่งซึมเป็นผีดิบอยู่ในห้องนั่นแหล่ะ อย่างไอ้แม็กต้องปล่อยให้มันคิดได้เอง นี่อุตส่าห์ว่าชี้ทางให้เยอะแล้วแต่มันก็ไม่ยอมไป คงต้องรอให้มันรู้ตัวเองซะก่อน....แต่ไม่รู้จะอีกนานมั้ย กลัวว่ามันจะแกล้งทำเป็นลืมไม่ก็กลบเกลื่อนไปเลยน่ะสิ”

“ไม่หรอกน่ากาย ก็คนอย่างแม็กน่ะ....เอ่อ............เอ?.......ก็ไม่แน่.....ล่ะมั้ง?!?”

“..“..........เฮ้อ!........”..”  (-__-“)
ทั้งสองต่างถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน ก็เพราะรู้กันดีว่าแม็กนิสัยเป็นยังไง ไอ้เรื่องความรู้สึกของแม็กที่ในขณะนี้แม้แต่ตัวแม็กเองยังไม่รู้ จะให้เดาว่าจะออกหัวออกก้อยก็ยากที่ทั้งคู่จะบอกได้เหมือนกัน

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แม็กอุตส่าห์ตามมาง้อแต่ต้าร์ก็ไม่อยู่ซะแล้วดิ.....

เอาล่ะสิ ไม่รู้จะหายไปจริงๆหรือแค่ชั่วคราวกันแน่
แต่ตอนหน้าแม็กแทบจะคลั่งตายเพราะเหตุการณ์นี้แหล่ะ

 

 

edit @ 12 Jul 2010 00:32:30 by boyplus

Comment

Comment:

Tweet

ชอบท่อนนี้อ่ะ“ว๊ากกกกกก!!!!! เครียดโว้ย!!!!”open-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By Lotus_Land on 2010-07-12 19:03

เเม็ก ยอมรับไปดิ เเล้วรีบไปง้อซะ
ต้าร์จะหนีไปไหนเนี่ย
กายเท่ห์ที่สุด ตอนนี้

ชอบจัง รออ่านต่อนะคะ

#1 By gowe on 2010-07-12 12:41