Boy Plus: Part 21 Before ….After (จบPart)

posted on 26 May 2010 13:56 by ota-oak

Boy Plus


♥ Part 21: Before ….After (จบPart)

 

 

 

 “วันเกิดผม วันนี้ผมอายุ18แล้วนะเฮีย”


ใบหน้าใสๆยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวในแสงสลัว คงจะรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเข้าถึงเกณฑ์ความเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น

 

 

 

“เอ่อ...อ่า....ก็ดินิ เอ็งโตแล้ว อืม...ก็....ยินดีด้วย” ไม่รู้ทำไมผมถึงได้คิดว่ามันเป็นเด็กอายุ16 อยู่ตลอด (ที่จริงก็17….แล้วตอนนี้ก็ปาเข้าไปถึง18 แล้ว)


ผมรู้สึกอึ้งนิดหน่อย กับการเติบโตของเด็ก ไม่สิ! คนที่ผมคิดว่าเป็นเด็กมาตลอด


......จากไอ้หัวแดง เด็กแนวโคตรดื้อและเอาแต่ใจ
กับเด็กหนุ่มที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า คนผมดำดูเรียบร้อย...และแสนดีในสายตาของผม
มาติดก็ตรงแว่นตานี่แหล่ะ ผมว่าถ้าไม่มีแว่นหนาๆคงจะดูดีกว่านี้ ไอ้ต้าร์มันก็เป็นเด็กหน้าตาดีคนนึง แต่แว่นที่เห็นมันปิดหน้าปิดตาไปซะครึ่ง เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความจงใจที่จะปิดบังบางอย่างด้วย
อืม....แต่คงไม่ใช่หรอก ผมก็คงคิดมากไปเองมั้ง?


แต่จะว่าเหอะ แว่นตามันบังหน้ามันจนผมก็ลืมหน้าจริงๆของไอ้ต้าร์มันไปซะแล้ว

 

“ถ้าเป็นวันเกิด แล้วคิดไงถึงมาบอกกันที่นี่  อ้อ! แล้วอีกอย่างถ้ากรูรู้ก่อนหน้าว่าเป็นวันเกิดเอ็งนะ จะได้พาไปเลี้ยงข้าวที่ดีๆกว่านี้  ไม่เสียดายรึไง?”
“ไม่เป็นไร...เลี้ยงวันเกิดไม่จำเป็นหรอก ก็แค่วันธรรมดาๆอีกวันนึงเอง ผมบอกให้เฮียรู้ก็พอ เฮียจะได้มองผมว่าผมโตขึ้นแล้ว ไม่ใช่เด็กๆเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”


คำพูดของไอ้ต้าร์ดูเป็นผู้ใหญ่เอามากๆ
ปกติถ้าเป็นวัยแบบนี้ วันเกิดทีคงจะต้องออกไปกินเลี้ยงฉลองเฮฮาตามประสา แต่มันก็เลือกที่จะแค่บอกเฉยๆไม่อ้อนไม่ขอของขวัญอะไรจากผม
ผมคิดว่าไอ้ต้าร์คนนี้มันคงจะโตขึ้นแล้วจริงๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องเลือกสถานที่แบบนี้ ในสนามฟุตบอลโรงเรียนกลางดึกด้วยก็ไม่รู้
“โตแต่อายุสิไม่ว่า ก็ยังทำอะไรไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี มีไอ้บ้าที่ไหนเค้าจะมานอนแผ่ในสนามกลางดึกในวันเกิดตัวเอง จะให้กรูมองเอ็งเป็นผู้ใหญ่มันจะได้เร้อ..แบบนี้”
“โห...เฮีย คิดให้มันปรัชญาหน่อยได้มั้ย วันเกิดคือวันที่เรามาจากธรรมชาติ เราก็มาระลึกถึงธรรมชาติ รับพลังจากสายลมแสงดาวอยู่แบบนี้ ดีกว่าไปกินเหล้าเมายาให้หัวทิ่มบ่อ แบบนี้มันยังดีกว่าเป็นไหนๆอีก จริงม่ะ”

“กรูก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องพรรณนี้จากปากเอ็งคนแรกนี่แหล่ะ เหตุผลพิลึกๆของเอ็ง กรูก็พอรับได้  แต่อย่าไปพูดกับใครคนอื่นนะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเอ็งบ้าเปล่าๆ”
มันหัวเราะขำให้คำบ่นของผม ดูไม่ใส่ใจกับคำพูดผมนัก จริงๆแล้วผมก็ยอมรับในทัศนคติของมันอยู่นะ มันก็มีเหตุผลทางวิชาการอยู่บ้าง แต่ออกจะหลุดแนวไม่เหมือนชาวบ้านไปสักหน่อย
ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกว่าไอ้เด็กคนนี้มีโลกทัศน์ที่แตกต่างไปจากที่พบกันในครั้งแรก จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นเด็กนิสัยดื้อดึงไม่ฟังเหตุผล กลายมาเป็นเด็กหนุ่มที่ใส่ใจและมีเหตุผลรองรับในการกระทำของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้ผมประทับใจกับน้องชายคนนี้ของผมมากขึ้น

ไอ้ต้าร์เอนตัวลงไปนอนแผ่ลงไปบนพื้นหญ้าอย่างไม่ได้สนใจว่ามันจะทำให้เสื้อผ้าและเนื้อตัวสกปรก นอนเอามือสอดใต้หัวแทนหมอน กระดิกเท้าสบายใจ ทำยังกับว่านอนเล่นอยู่บนเตียงนอนในห้องตัวเองซะงั้น
“เฮีย...มานอนดูดาวด้วยกันดิ”
ตัวเองเพี้ยนไม่พอยังจะมาหาแนวร่วมซะอีก เอ้า! เอาก็เอา ผมก็ไม่ได้สำอางซะจนจะนอนกลางสนามไม่ได้สักหน่อย สนามแบบนี้มันคู่กันกับผมมาตั้งแต่สมัยเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนอยู่แล้ว ถือวะว่ามานออซึมซับระลึกความหลังถึงตอนที่เคยแข่งบอลแพ้แล้วมานอนกลิ้งกลางสนามก็แล้วกัน

“เฮ้อ!....ไหนๆก็ไหนๆ ทำตามที่เอ็งว่าก็ได้”
สรุปว่า ผมยอมนอนร่วมสนามกับมัน อากาศก็กำลังเย็นสบาย นอนนับดาวเล่นๆแบบนี้ก็สบายตัวดีเหมือนกัน

“วันนี้ดาวเยอะนะเฮีย”
“อื้อ...วันนี้ดาวเยอะดีแฮะ”
สายตาของเราทั้งคู่ต่างจ้องมองดูดวงดาวบนท้องฟ้าที่มืดดำราวกับว่าเป็นกระดานดำแผ่นใหญ่โอบล้อมตัวเรา พระจันทร์ที่รูปร่างคล้ายแตงโมสีเหลืองอ๋อยลอยเด่นอยู่กลางหมู่ดาว แสงสีนวลส่องแสงลอดผ่านกลุ่มเมฆก้อนเล็กๆที่กำลังลอยผ่านไปอย่างช้าๆ แสงระยิบระยับเป็นประกายจากดวงดาวที่เรียงกันของหมู่ดาว และเห็นเป็นแสงสีจางของหมู่ดาวนับล้านในทางช้างเผือก
ผมได้มองท้องฟ้าอย่างชัดๆก็วันนี้นี่เอง เพราะไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ผมเลิกมองท้องฟ้าไปแบบนี้

 

 


อืม......

 

ตอนแรกผมก็แค่ต้องทำตามไอ้ต้าร์แบบจำใจเฉยๆ


แต่ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกสงบและสบายอย่างบอกไม่ถูก

ความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำและความสงบของบรรยากาศรอบตัว ผมรู้สึกราวกับถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงสีดำ เคว้งคว้างและล่องลอย ผมปล่อยจินตนาการของตัวเองให้ล่องลอยไปกับท้องฟ้า
คิดไปได้เลยว่า ตัวเองไม่ได้อยู่บนพื้นโลกแต่กำลังบินอยู่กลางท้องฟ้าที่มองไม่เห็นพื้นดินข้างล่าง

 น่าประหลาด! ที่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน .....การมานอนดูดาว มันสร้างความรู้สึกที่ดีได้ขนาดนี้เชียวเหรอ

 

“เฮีย....เป็นไง? เงียบเชียว”
“อ่า...ก็..ก็ดี” ผมถูกดึงความคิดกลับเข้าสู่ร่างอีกครั้ง มันเพลินไปหน่อยกับบรรยากาศแบบนี้

“เข้าสู่ธรรมชาติ!” มันพูดย้ำให้กับแนวคิดในวันเกิดของมันให้ผมฟังซ้ำอีกครั้ง หึๆๆ ไอ้แนวคิดแบบนี้ก็เจ๋งดีนะ ไม่หวือหวา ไม่สิ้นเปลือง ...แถมผมก็ชักจะชอบซะด้วย
“ฉลองวันเกิดสไตล์เอ็งนี่ ก็แปลกดีไปอีกแบบนะ”
“ใช่ม๊า...” ไอ้เด็กแว่นโตยิ้มอย่างพอใจ

จู่ๆมันเขยิบตัวเองเข้ามาใกล้ๆผม จับแขนผมขึ้นมาวางพาดกับพื้น แล้วถือวิสาสะมานอนหนุนแขนผมเป็นหมอนให้มันซะงั้น
“เฮ้ย!ทำไรว่ะ?”
“นอนกับพื้นมันเมื่อยคอ ขอหนุนหน่อยดิ” เป็นเด็กตัวเล็กๆจะไม่ว่าเลย แต่เนี้ยเรื่องอะไรที่ต้องมาเป็นหมอนให้มัน โตเป็นควายแล้วยังจะมาอ้อนเป็นเด็กๆ  หนักนะเว้ย!
....อ่า....แต่ก็ช่างเหอะ มีน้องชายขี้อ้อนน่ารักๆ ก็ยังดีกว่ามีน้องตัวแสบล่ะนะ  พี่ชายที่แสนดีอย่างผมไม่ขัดใจน้องอยู่แล้ว

ผมก็ชอบที่มันมานอนคลอเคลียอยู่แบบนี้ ไม่รู้สึกเกะกะน่ารำคาญ แต่รู้สึกน่าเอ็นดูในสายตาผม ผมวางใจให้มันมานอนร่วมเตียงผมได้บ่อยๆก็เพราะความรู้สึกแบบนี้แหล่ะ ถ้าจะให้เปรียบเทียบ คงเหมือนมันเป็นลูกแมวขนฟูขี้อ้อนที่ชอบมาออเซาะคนเลี้ยงยังไงยังงั้น


“เฮีย....วันเกิดผมจะให้อะไร?”
อึ๊ก!....นึกว่าจะรอดแล้ว เห็นมันจัดงานวันเกิดในที่แบบนี้ ก็นึกว่ามันจะไม่ขอของขวัญอะไร ผมคิดผิด! ช่วงนี้ยิ่งกรอบอยู่ด้วย แต่จะไม่ให้ก็ไม่ได้  ขนาดตอนปีใหม่มันยังซื้อนาฬิกาแพงๆให้ผม ถ้าผมจะให้ของถูกๆไปก็คงจะไม่สมน้ำสมเนื้อ
เอาไงดีวะ? สงสัยคงได้กู้ตังค์ป๊ามาซื้อของให้มันแหงมๆ เฮ้ย!..ไม่ได้ๆ สัญญากับป๊าแล้วว่าจะไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขืนไปยืมแก มีหวังโดนเตะแน่ .....อ่า....ทำไงดี?..........

“ต้าร์....เอาของขวัญตอนเดือนหน้าได้ป่ะ เอ่อ....พอดีเฮียของเอ็งตังค์หมดแล้ว”
ผมต้องบอกไปตามตรงดีกว่า คิดว่าไอ้ต้าร์คงเข้าใจนะ

“โห...ไรอ่ะเฮีย? มีแบบนี้ด้วยเหรอ   ว้า.....นึกว่าจะได้วันนี้ซะอีก แบบนี้คงอดเลย”
มันไม่เข้าใจครับ...(-__-).....
ไอ้ต้าร์มันลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าผม ปากก็บ่นอุบเพราะความเสียดาย แต่ให้ทำไงได้ ก็มันมาบอกว่าเป็นวันเกิดมันกะทันหันแบบนี้ แล้วใครมันจะไปเตรียมอะไรให้ทันล่ะคร้าบ!
“น่าๆ กรูสัญญาว่าจะให้แน่ๆ แต่ไม่ใช่วันนี้ รออีกหน่อยล่ะกัน”

“เฮอะ!....เซ็ง......คนขี้งก”
ไอ้ต้าร์มันหักหน้าหงิกใส่ผม ทำปากบู้แก้มป่อง เปลือกตาหรี่มองด้วยหางตา ออกแนวมองอย่างเหยียดหยาม  อะไรกันวะ!นี่ผมผิดเหรอที่ไม่มีตังค์ซื้อของขวัญให้มันน่ะ! ทำไมมันทำอย่างกะผมเป็นคนไม่ดีงั้นแหล่ะ

“เฮ้ย! ทำไมต้องมองกรูด้วยสายตาแบบนี้ด้วยวะ? ก็คนมันไม่มีจริงๆนี่หว่า”
เห็นจะบิ้วอารมณ์นอนดูดาวต่อไม่ไหวแล้ว มีแววต้องกระเป๋ารั่วตอนกำลังกรอบ ต้องลุกขึ้นมานั่งตั้งหลัก ไม่งั้นจะเสียเปรียบทางภูมิศาสตร์

“ไม่รู้ล่ะ! ถ้าไม่ได้วันนี้ ผมก็จะเลิกซักผ้า เลิกกวาดห้อง เลิกขัดห้องน้ำให้เฮียด้วย หึ! อย่างว่าล่ะนะ....คงเห็นเราเป็นแค่คนใช้ จะโขกสับใช้ให้ทำงานอย่างทาสยังไงก็ได้ น้ำจงน้ำใจจะซื้อของขวัญให้น้องสักนิดก็ไม่มีให้หรอก... มิน่าล่ะ...ที่เพื่อนๆของเฮียเค้าพูดกันให้ฟังว่า เฮียน่ะงก ขี้เหนียว หน้าเลือด เค็มซะเกลือเรียกพี่ ชอบของฟรี กินแล้วยังจะห่อกลับ ให้แต่เพื่อนจ่ายแต่ตัวเองไม่เคยออกตังค์ เป็นยอดมนุษย์จอมชักดาบ แล้วยังจะ...”

“ว๊ากกกกก! ไม่ต้องสาธยายแล้ว นี่เพื่อนว่ากรู รึเอ็งด่ากรูเองกันแน่ ก็ได้ๆ อยากได้อะไรก็ว่ามา!”

อ....เอาแล้วไง...อารมณ์ชั่ววูบ โดนจี้ใจดำหน่อยก็เผลอปากพูดออกไปแล้ว วันนี้มีหวังต้องกระเป๋าฉีกแน่ผม ก็ไอ้ต้าร์ดิ...เห็นมันอายุแค่นี้แต่ทั้งตัวมันน่ะของแบรนด์เนมทั้งนั้น ผิดกับผม พวกเสื้อผ้าแต่ละชิ้นน่ะไม่เคยเกินชิ้นละ 500 สักอย่าง บางครั้งทั้งชุดรวมกันก็ไม่ถึงพันด้วยซ้ำ ที่จริงผมก็รวยนะครับ แต่เพราะช่วงนี้ผมดั๊นออกไปท่องราตรีบ่อย เงินก็เลยออกจะเหลือน้อยไปด้วย แล้วยังไม่ได้เตรียมไว้เผื่อยามสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ซะอีก แต่ก็รับปากไปแล้ว โอย.....พรุ่งนี้ได้กินแค่มาม่าแน่กรู....

“อืม...คิดก่อนนะเฮีย เอาอะไรดีน๊า....เอ....เอาอันนั้นดีมั้ยน๊า......? ”
มันทำท่าคิดเลือกของขวัญที่อยากได้อย่างสบายใจ แต่ผมสิกำลังทุกข์ใจ พันเปอร์เซ็นต์ว่ามันต้องแพงชัวร์!  
ฮือ....เห็นอนาคตตัวเองรำไรๆ เช้าพรุ่งนี้ซื้อมาม่าหลายๆรสตุนไว้เลย กินมันจนไส้แห้งแน่ๆอาทิตย์นี้


“นึกได้ล่ะ!”
มาแล้ว ....ของที่จะประหารกระเป๋าตังค์ผมให้มอดม้วย มันกำลังจะประกาศออกมา....

ไอ้ต้าร์นั่งมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ้มที่มุมปากของมันแฝงเลศนัยบางอย่างจนผมแหยงๆ ใจผมเต้นตึกๆรอลุ้นอยู่ว่ามันจะให้ซื้ออะไร แต่ขออย่าแพงนักนะโว้ย! ไม่งั้นมาม่ากรูคงไม่เหลือแน่ๆ

 

 


“ผมจะเอาสร้อยที่เฮียใส่อยู่นี่แหล่ะ....ถอดมาเลย”


“หา! ...เอ็ง...จะเอาแค่เนี้ยเหรอ?”


เซอร์ไพร์ส!แบบสุดๆครับ สรุปคือผมคิดมากไปเองที่คิดว่ามันจะเอาของแพงๆ โล่งเลยผม....นึกว่าจะต้องกินมาม่าเป็นอาทิตย์ซะแล้ว
“อืม! เอาแค่สร้อยนี่แหล่ะ ทำไม? อยากให้ผมเอาที่มันเยอะกว่านี้เหรอ?”
“ป...เปล๊า....อยากได้ก็เอาไปดิ๊!” ผมรีบถอดให้อย่างเร็ว ไอ้สร้อยก็ใช่ว่าจะแพงอะไรก็แค่สร้อยเงินสายสั้นๆ กับแหวนเงินวงหนึ่งที่คล้องทำเป็นจี้แค่นั้น ไม่รู้ทำไมไอ้ต้าร์มันถึงอยากได้ก็ไม่รู้

“ขอบคุณ...เฮีย” มันยื่นมือมารับสร้อยจากมือผม ตอนที่สัมผัสถูกมือของมันรู้สึกว่าเย็นๆอย่างกับตื่นเต้นอยู่งั้นแหล่ะ สีหน้าของมันเห็นได้ชัดว่าดีใจมาก
หืม? สร้อยเส้นนี้มีอะไรพิเศษนักหนา มันถึงได้ดีใจซะขนาดนี้ รึมันเป็นสร้อยของเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ไหนปลุกเสกไว้เหรอ แล้วผมไม่รู้ว่าเป็นของดี ใช่ม่ะ? แต่ให้ไปแล้วนิ จะมาเสียดายเอาตอนนี้คงไม่ดีล่ะ

“งั้นผมใส่เลยนะ”
เอ้าๆ ลุกลี้ลุกลน รีบใส่กับคอตัวเองซะใหญ่ สรุปว่าสร้อยเนี้ยมันมันเจ๋งใช่ป่ะ? ผมตาไม่มีแววไม้รู้ว่ามีของดีอยู่กับตัวใช่มั้ยเนี้ย?
ไอ้เด็กแว่นสาละวนอยู่กับการใส่สร้อยให้ตัวเองอยู่ แต่มืดๆแบบนี้มันจะใส่ถูกได้ไงล่ะ เห็นก็แปลกล่ะ

“ฮึ่ย! มองตะขอสร้อยไม่ชัดเลยอ่ะ”
“ ก็ใส่แว่นบังซะขนาดนั้น ถอดออกซะสิ”
“จริงของเฮีย แว่นมันเกะกะจริงๆด้วย ถอดออกดีกว่า”
โฮ่!ครั้งแรกนะเนี้ยที่มันยอมถอดแว่น เมื่อก่อนผมบอกให้ถอดก็ไม่ยอมถอดซะที หลายเดือนมานี้เริ่มชินกับแว่นหนาๆ จนลืมหน้าก่อนใส่แว่นไปแล้ว แต่ตอนนี้มีแค่แสงสลัวๆจากพระจันทร์และหลอดไฟที่อยู่ไกลๆ ก็มองหน้ามันไม่ชัดอยู่ดี

“ใส่ยากชะมัด...โมโหแล้วนะ!”
“งั้นไปใส่ที่รถ มืดๆแบบนี้มันไม่เห็นหรอก ป่ะ! ลุกเหอะ จะได้กลับทีเดียวเลย”
“อื้ม!”


เราทั้งคู่ลาจากสถานที่จัดงานวันเกิดแบบพิสดาร เพื่อเดินไปที่รถจอดอยู่ พวกเราเข้าไปนั่งประจำที่ในรถบนเบาะนุ่มๆ แต่ไอ้ต้าร์ยังคงวุ่นวายอยู่กับสร้อยที่ยังใส่เองไม่ได้สักที ก้มหน้างุดๆใส่ตะขอสร้อยอยู่นานสองนาน
“เอ้าๆ เดี๋ยวเปิดไฟให้ รีบร้อนซะ!” ผมเอื้อมมือไปเปิดหลอดไฟดวงเล็กใต้หลังคารถให้สว่างขึ้น
“ต้องรีบดิ เดี๋ยวเฮียเปลี่ยนใจมาเอาคืน จะทำไงล่ะ”
“ไอ้เด็กบ้า! ใครกันแน่ที่งก  มานี่เดี๋ยวใส่ให้” หวังดีแท้ๆ ยังจะมาว่าผมประสงค์ร้ายซะอีก
“หื้อ! อย่ามาแย่งนะ จะใส่เอง!” ผมเอื้อมมือหวังไปช่วย แต่มันก็เบี่ยงตัวหลบ

“อย่าเรื่องมาก หันมานี่เลย!”
พอขึ้นเสียงแล้วถึงยอม ไอ้เด็กผี! ถึงมันจะทำตัวดี แต่ก็แบบนี้แหล่ะที่มันยังดื้อกับผมอยู่ ไม่รู้เป็นอะไรนักหนาเวลาที่มันอยู่กับผมก็มักจะง้องแง้งไม่ให้ผมเข้าใกล้เหมือนเมื่อก่อน
แถมพักหลังมันก็ไม่ยอมมานอนห้องผมซะเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเตียงผมก็ไม่เคยจะว่างไปจากไอ้ตัวดีนี้สักเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้นะ เวลาที่ผมบอกให้มานอนห้องผมเนี้ย มันทำยังกะเห็นผี รีบหลบเข้าห้องตัวเองไปซะงั้น ไม่รู้อะไรของมันนักหนา...

ผมโน้มตัวไปใกล้ใส่สายสร้อยให้มัน แต่ก็ใช่ว่าจะมองเห็นสักเท่าไหร่ ผมจึงต้องยื่นหน้าไปใกล้ๆเพื่อจะได้ใส่ได้สะดวก
“ตอนถอดจากกรูทำไมถอดง่าย แต่เวลาใส่ให้เอ็งแล้วใส่ยาก สงสัยสร้อยมันยังไม่อยากอยู่กะเอ็งมั้ง ไอ้ต้าร์”
ผมก้มหน้ามองเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนหน้าผมกับมันใกล้กันจนเหลือห่างเพียงไม่กี่นิ้ว

“ก...ใกล้ไปแล้วมั้งเฮีย อึดอัดนะ”
“อ่ะ...โทษที แต่มันใส่ยากจริงๆนี่หว่า ถ้าไม่ใกล้ก็มองไม่เห็นน่ะสิ ทนหน่อยล่ะกัน”
ไม่รู้ทำไมสร้อยคอที่ผมเคยใส่ประจำ วันนี้มันใส่ยากใส่เย็น ตะขอสร้อยก็แข็งและเอามาสอดมาคล้องกัน มันก็ช่างยากกว่าเดิมซะเชียว

“อย่าให้พ่อโมโหนะ! ย้ากกกก!!!”
ผมบีบตะขอให้เข้ากันสุดแรงเกิด แต่คงแรงไปหน่อยเลยกระชากเอาหน้าคนใส่พุ่งมาชนหน้าตัวเองเต็มๆ
ปากเล็กๆของไอ้ต้าร์โดนแรงกระตุกเข้ามาชนที่หน้าผากผมเต็มเหนี่ยว ความรู้สึกราวกับโดนไฟช๊อตพุ่งที่หน้าผากจนผมสะดุ้ง


“อุ๋ย! ขอโทษเฮีย เจ็บป่ะ? เมื่อกี๊เหมือนโดนฟันมันชนหน้าเฮียเลยอ่ะ”
“ม....ไม่ ไม่เป็นไร”

อะไรน่ะ!?! ความรู้สึกที่เหมือนไฟช๊อตเมื่อกี๊นี่มันอะไร? จู่ๆทำไมผมจึงรู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้ เพราะตกใจงั้นเหรอ?


ด้วยความไม่ตั้งใจ ผมเงยหน้าขึ้น แว๊บนึงที่สายตามองไปที่หน้าไอ้ต้าร์  แว่นตาอันใหญ่ที่มันถอดไปทำให้ผมเห็นหน้ามันได้ชัดเจนขึ้น
ผมรู้สึกว่าหน้าของเด็กคนนี้มันเปลี่ยนไป เด็กที่อายุ18หมาดๆมันเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ? นี่ใช่ไอ้ต้าร์ที่ผมรู้จักเหรอ?

มันดู......ดึงดูดสายตาผม   
 มันดู......น่ารัก
และมันก็ดู.....ไม่มั้ง?.....แต่......

ใช่!

....ผมว่ามันดูมีเสน่ห์ขึ้น

รึเพราะมันกำลังก้าวสู่วัยผู้ใหญ่กันนะ....ผมถึงรู้สึกแบบนั้น

“เป็นไงเฮีย ผมใส่แล้วเหมาะมั้ย?”
“เอ้อ....มันก็...ก็ดีนะ....ก็...เข้าท่า ....ใช่ๆ เหมาะ... เหมาะมากเลย”
“เป็นไรเฮีย?....พูดตะกุกตะกัก”
“ไม่เป็นไร้! กลับกันเหอะ ดึกแล้ว ตากหมอกตากลมเดี๋ยวเป็นหวัดซะเปล่าๆ กลับไปอาบน้ำแล้วนอนดีกว่าเนาะ ห่ะๆๆ”

ทำไมกรูถึงหัวเราะเจื่อนๆว่ะ?  ผม....รู้สึกแปลกๆ ทำยังกะว่าตัวเองกำลัง............


เขิน......?


ผมกำลังเขินไอ้ต้าร์เนี้ยนะ!
ไอ้เด็กกะโปโลหน้าตี๋เนี้ยนะ!!
เฮ้ย!ไม่ม้าง...ผมจะมาเขินมันทำไม....บ้าแล้ว! คิดอะไรพิลึกแล้วกรู หยุดคิด!

 

“เฮีย.....รู้ตัวป่ะว่ากำลังทำหน้าพิลึกๆอยู่อ่ะ”


“หา!อะไรนะ? หน้ากรูเนี้ยนะ”
แล้วมันมานั่งจ้องหน้าผมตอนไหน? แล้วมันจะรู้มั้ยเนี้ยว่าผมแอบมองหน้ามันเมื่อกี๊เนี๊ย!

“ใช่...อาการแปลกๆนะเฮีย กำลังคิดไรอยู่ บอกได้ป่ะ?”
“ไม่มี๊!ไม่คิด เฮ้ย! ไม่ต้องมาสนใจกรูได้ม่ะ ปิดไฟให้หน่อยมองกระจกหลังไม่เห็น”

ผมก็แถๆไปเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน ขณะที่ตัวเองกำลังขับรถกลับ ตาเจ้ากรรมก็เหลือบมองหน้าไอ้ต้าร์เป็นพักๆ

โอ้ย! ผมควบคุมสายตาตัวเองให้มองไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้เลย ขับไปสักพักก็หันขวับไปสักวินาทีนึง เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดทาง
ก็อยู่กันมาตั้งนาน แล้วทำไมเกิดอยากจะมองหน้ามันขึ้นมาเอาตอนนี้ล่ะคร้าบ!!!


..............................


“ฝันดีนะเฮีย ขอบคุณอีกทีกับของขวัญอันนี้ จะเก็บไว้อย่างดีเลย”
“อ...อื้ม!”

ไอ้เด็กหน้าใสมันยืนส่งผมเข้าห้อง ส่วนตัวมันก็หลังจากที่ขอบอกขอบใจผมแล้วก็ปิดประตูเข้าห้องของตัวเองไป


......มีแต่ผมเท่านั้นที่ยืนเอ๋ออยู่หน้าห้อง
ในหัวคิดถึงแต่ใบหน้าที่วันนี้ได้เห็นชัดๆหลังจากที่ไม่ได้เห็นมาซะนาน
คิ้วแบบนั้น ตาคู่นั้น จมูกแบบนั้น ปากเล็กบางๆนั่น ทำไมมันติดตาผมนักหนา หน้าเอ็ง...ออกไปจากหัวซะทีเซ่!


นี่ผมเป็นอะไรเนี้ย?


เมื่อก่อน...... ผมไม่เคยสนใจ ไม่คิดถึงมันด้วยความรู้สึกแบบนี้สักครั้ง
เดี๋ยวนี้........ ผมไม่มั่นใจตัวเองแล้วว่า.....ผมกำลังสนใจไอ้น้องคนนี้อยู่รึไง?


ไม่ใช่!....ผมชอบเดียร์ ชอบมากด้วย! ผู้หญิง มีอกตู้มๆ มีเอว มีสะโพก มีน้องหนูไม่ใช่ไอ้นั่น! อย่างนั้นแหล่ะที่ผู้ชายอย่างผมต้องการ ไอ้เรื่องที่คิดอยู่เนี้ยแค่อารมณ์ชั่ววูบ ไปนอนแล้วตื่นขึ้นมาแล้วมันจะหาย


“ใช่ๆ  ตื่นขึ้นมาแล้วเรื่องที่คิดทั้งหมดจะละลายหายไป กรูจะกลับเป็นอย่างเดิม ความรู้สึกที่มีให้ไอ้ต้าร์จะเหมือนเดิม
 ต้องรีบนอน รีบหลับ น้ำเนิ้มไม่ต้องอาบมันแล้ว นอนเลยล่ะกัน!!”

 


ผมรีบวิ่งเข้าห้องพุ่งตัวสู่เตียงนอน ปิดไฟในห้องให้หมด แล้วข่มตาให้หลับลงไวๆ

 

พรุ่งนี้เช้า ความรู้สึกนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน...............

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Comment

Comment:

Tweet

เเม็กเริ่มหวั่นไหวเเล้ว สำเร็จเเล้วต้าร์
ชอบรูปเเม็กต้าร์ข้างบนมากเลยค่ะ สวยๆๆๆๆ

เเล้วจะติดตามต่อนะคะ สู้ๆ

#3 By gowe on 2010-05-30 22:01

เรื่องเล็กน้อยครับ มีหลายคนชอบเชียร์ให้รีบรักกันไวๆ แต่ผมก้เป็นพวกชอบขัดใจต้องให้ดูใจกันนานๆหน่อยถึงรักกันได้ครับ อิๆ

#2 By boyplus on 2010-05-29 20:49

ว้า...จบเเล้วเหรอค่ะ กำลังลุ้นอยู่พอดี
ต้อง ขอโทษด้วยนะคะ คือ แอบคิดว่าจะบอกรักกันแล้วกลายมาเป็นแฟนกันซะอีก แหะๆ

ขอแสดงความคิดเห็นนะคะ ถ้าไม่พอใจต้องขอโทษจริงๆ คือจะบอกว่า ถ้ารู้สึกใช่ก็ลุยเลยคะ อย่าคิดมาก เปิดเผยไปเลย เพราะผู้ ญ เขาจะได้ทำใจทัน สงสารเขาอะคะ

ปล.ขอโทษอย่างมากนะคะ ที่อ่านแล้วแอบคิดแบบนี้