Boy Plus:Past 21 Before....After(Partแรก)

posted on 25 May 2010 11:43 by ota-oak

Boy Plus


♥ Part 21: Before ….After (Partแรก)


“วันนี้เฮียไปมหาลัยตอนบ่ายใช่ป่ะ ติดรถไปด้วยคนดิ”
“หืม? เอ็งจะไปทำไรที่นั่นว่ะ?”
“ไปสำนักวิทยฯของมหาลัยเฮียน่ะแหล่ะ จะไปหาหนังสือทำรายงานส่งจารย์ ได้ม่ะ?”

บทสนทนาของผมกะไอ้ต้าร์ที่หาสีสันอะไรไม่ได้สักกะนิด
 ในห้องส่วนตัวของผมก็มีไอ้ต้าร์เข้ามาวนๆเวียนๆอยู่บ่อยขึ้น เล่นเกมส์บ้างล่ะ มาจัดห้องให้ผมมั่งล่ะ

แต่เวลาจะพูดกันทีเหมือนมีไม้มาหนีบปากมัน แต่ละประโยคที่เคยลอดมาจากปากก็ไร้อารมณ์สิ้นดี 

เมื่อก่อนพูดตามมันไม่ทัน เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่พูด จะสบตาผมมันยังน้อยครั้งด้วยซ้ำ


อืม.....ตั้งแต่ไอ้ต้าร์เปลี่ยนไปเนี้ย ผมว่าบุคลิกมันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

จากไอ้เด็กแนวหัวแดง มาเป็นเด็กแว่นเด็กเนิร์ส วันๆเอาแต่หมกตัวกับหนังสือกะห้องสมุด

จนผมลืมบุคลิกเดิมของมันเมื่อก่อนที่เคยแสบไส้บวกกับความกวนตรีนไปซะหมดแล้ว

 

....ไม่ได้ว่าคิดถึงมันในแบบนั้นนะ ให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีไปอย่าง

 

 


จะว่าไปมันก็ได้ใจผมอยู่นะ ที่ว่าไอ้ต้าร์มันยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในด้านดีได้ขนาดนี้ 

เมื่อก่อนนะ ผมต้องคอยบ่นคอยด่าเรื่องที่มันป่วนคนนั้นคนนี้แทบทุกวัน ตอนนี้กลับเป็นมันซะเองที่คอยบ่นคอยด่าผม


ไอ้ผมเองก็รู้ตัวเองอยู่หรอกว่า ช่วงนี้หลังจากที่ไม่ต้องเป็นครูกับพี่เลี้ยงให้ไอ้กายแล้ว

ผมก็ปล่อยตัวเองไปในแบบที่อยากจะทำบ้าง แต่บางเรื่องบางทีมันก็ออกจะมากไปหน่อย

อย่างเมื่อก่อนผมไม่เมา ไม่เที่ยวดึก ไม่กลับดึก เดี๋ยวนี้ผมทำหมด


แต่ผมก็เป็นแบบนั้นแค่บางทีนะ อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับไอ้กายเชียว

แถมคนที่คอยมาบ่นมาเตือนก็กลับเป็นไอ้ต้าร์ซะอีก โดนเด็กว่าทำตัวเหลวแหลก

แถมยังจ้ำจี้จำไชผมซะทุกเรื่อง แบบนี้เค้าเรียกว่าเป็นกรรมสนองรึเปล่าหว่า!?

“อ่า..ได้ๆ แต่ขากลับ จะกลับเองหรือจะให้กรูไปรับ”


“ไม่รู้สิเฮีย....เสร็จเมื่อไหร่ก็กลับอ่ะ เฮียไม่ต้องมารับก็ได้ บอกตอนเย็นจะไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ?”


 ไอ้ต้าร์มันก้มหน้าพูดตอบผม มือก็ขยับแว่นกรอบสีดำหนาๆของมันให้กลับขึ้นไปบนดั้งมัน

“ก็ว่างั้น แต่ยังไม่ชัวร์ ไอ้พวกนี้มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันมันนัดพอเอาจริงก็เบี้ยวดื้อๆ

นี่กะจะชวนไอ้กายมันไปด้วย แต่มันก็ดั๊น...หนีเพื่อนไปกะแฟนมันเฉย”


พูดถึงไอ้กาย ตั้งแต่มีหมามาเลี้ยงเนี้ย ทั้งมันทั้งแฟนมันขยันกลับบ้านไปหาหมาซะทุกอาทิตย์

นิสัยไอ้กายมีเหรอมันจะชอบหมา แต่พอเมีย เอ๊ย!แฟนมันอยากเลี้ยง

ก็เออออกันไปตามตรูดกันต้อยๆ ประมาณLove me love my dog
พี่ดินชอบหมา มันก็ต้องชอบด้วย ไอ้นิสัยชอบตามใจแฟนของมันนี่ดูง่าย

แต่ถ้าเป็นผมนะ มีเหรอจะให้บทบาทแฟนมาบงการชีวิต อย่างผมต้องเป็นผู้นำอย่างเดียวเท่านั้น!

ยังไงๆผู้ชายอย่างผมมันก็ต้องเป็นช้างเท้าหน้าไว้ก่อนพ่อสอนไว้

“อื้อ..แล้วเฮียจะเข้าไปตอนไหนล่ะ? นี่ก็เที่ยงแล้วอ่ะ รึจะกินข้าวกันก่อน?”
“เออว่ะ! เที่ยงเกือบจะบ่ายแล้วนี่หว่า งั้นเอ็งไปกินข้าวกะกรูก่อน  เดี๋ยวไปส่งกันรวดเดียวเลย”
“กินร้านไหนล่ะ?”
“เอ็งเลือกดิ”
“ร้านไหนก็ได้ ตามใจเฮีย ว่าแต่เฮียจะกินไรอ่ะ?”
“ข้าวหมูแดง อยากกินไรมันๆหน่อย”
“งั้นร้านในโรงอาหารในมหาลัยเลยล่ะกัน ไม่ต้องไปหาร้านไหน ใกล้ห้องสมุดด้วย”

“เอางั้นก็ได้  งั้นเอ็งไปแต่งตัวดิ พูดแล้วชักหิว”

“หึ๊! ชุดนี้แหล่ะ ไปเหอะหิวแล้วเหมือนกัน”


ว่าแล้วมันก็ผลักผมให้ลุกออกจากเตียง แต่ไอ้นิสัยอย่างนึงทีมันเหมือนเดิม

คือมันพูดแล้วจะทำเลย ผมก็ต้องตามความคิดมันให้ทัน เพราะเวลามันทำอะไรทำเร็ว

เหมือนหนูตัวเล็กๆที่ท่าทางดูยุกยิกๆ แต่ก็เป็นงานเป็นการดี

 

(o__o)

 

หลังจากที่หาไรกินเสร็จ ผมก็ขับรถไปส่งที่สำนักวิทยฯตามระเบียบ

ไอ้ต้าร์ในมาดเด็กเรียนแว่นหนาก็หิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังลงจากรถ

ผมมองดูมันที่ตั้งอกตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมแล้ว

จะให้ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลมันก็จะยังไงอยู่ ทำตัวดีแต่ถ้าไม่มีคนสนับสนุนคอยให้กำลังใจ

ถ้าเกิดมันหมดไฟกลับไปเป็นเด็กซ่าอย่างเดิม ไอ้ผมสิจะต้องมาปวดหัว ยังไงก็เทคแคร์มันหน่อยล่ะกัน

“ตกลงจะให้มารับม่ะ?”
“ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวกลับเองดีกว่า เฮียไม่ต้องมารับหรอก”
“แน่ใจนะว่าไม่ให้มารับอ่ะ?”
“แน่ดิ...ผมโตแล้วนะ แค่นี้ผมดูแลตัวเองได้อยู่หรอกน่า”
ถึงจะพูดว่าโตแล้ว แต่ผมก็ยังอดห่วงมันไม่ได้ คงด้วยนิสัยความเป็นพี่ชายที่แสนดีที่มันติดตัวผมมานาน

ถึงไอ้ต้าร์จะไม่ใช่น้องแท้ๆก็เหอะ
“เออ...ตามใจ งั้นไปนะ”
“อื้ม” มันตอบมาสั้นๆ พร้อมโบกมือไล่ผมหยอยๆ ก่อนที่จะแยกไปยังจุดหมายของใครของมัน

 

 

ผมขับรถไปที่คณะ รอตรงจุดนัดใต้ต้นมะม่วงเพื่อไปเจอกับพวกเพื่อนตัวแสบทั้งหลาย นัดกันไว้ซะดิบดี

 แต่เข้าไปตรงที่นัดกัน ก็ไม่ยักเห็นเงาหมาสักตัว สรุปเป็นผมคนเดียวที่ตรงเวลา


“เอ๋า! ไรวะ กรูมาก่อนอีกล่ะ พวกเชี้ยนี่ชอบมาสาย เจริญ!”

บ่นกับลมกับฟ้าไปงั้น ยังไงก็ต้องได้รอพวกเพื่อนเอี้ยๆอยู่ดี งานเลี้ยงกินฟรีมีเหรอจะอดทนรออีกหน่อยไม่ได้

(นิสัยงกมันอยู่ในสันดานครับ)


กว่าพวกเพื่อนๆผมมันจะมา ก็ปล่อยให้ผมนั่งรอมันอยู่หลายสิบนาที

พอพวกมันเจอหน้าผมก็ทักทายกันปกติจะมีแค่ไอ้ตัวนึงนี่แหล่ะมาสายสุดแถมยังปากชิสุ ไอ้เรื่องแซวเรื่องพูดกวน ยกให้มัน!

“อ้าว! ไอ้แม็ก มารอนานแล้วเหรอวะ แล้วไอ้กายคู่ขาเมิงล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ?”


มาสายแล้วยังจะปากหมาอีก แมร่ง!เห็นผมกับไอ้กายไปไหนด้วยกันบ่อยๆ
มันก็ยัดเยียดความเป็นคู่ขาให้ผมซะแล้ว

“ไอ้หมาต้น เมิงหุบปากเลย เชี้ย! ไอ้กายมันไปกับเมียมันโน่น ไม่เกี่ยวกับกรู! ปากหมาๆแบบนี้เดี๋ยวกรูยัดเยียดความเป็นผัวให้เมิงซะหรอก”

“ตะเองจะเป็นผัวเค้าเหรอ? อ่ะๆก็ได้แต่แค่ทีเดียวนะ เค้ากลัวเจ็บ”


แทนที่มันจะกลัว กลับหันตรูดส่ายดิ๊กๆมาหาผมซะอีก ได้!เดี๋ยวป๋าจัดให้สักดอก ผมเงื้อเท้าเตะตรูดไอ้ต้นไปที

มันรู้ทันหุบตรูดหลบฝ่าเท้าผมไปแบบฉิวเฉียด

“เค้าเปลี่ยนใจแล้ว เค้าไม่ให้ตะเองเป็นผัวเค้าหรอก เลี้ยงเมียด้วยลำแข้งแบบเนี้ย  เราเลิกกัน!!”
ได้ทีละมันแซวหนัก เพื่อนๆก็หัวเราะหนุกหนานกันไป แต่ผมก็ไม่ได้ถือสา ถือว่าฮาๆกันไป

มูลเหตุของการที่ไอ้ต้นมันแซวผมแบบนี้ก็เพราะไอ้กายน่ะแหล่ะ พอมันผ่านด่านแม่กับพี่มันได้

คราวนี้ก็มั่นใจพูดประกาศตัวเองว่ามีแฟนเป็นผู้ชายได้แบบไม่แคร์สื่อ เพื่อนๆในคณะยังเหวอว่ามันป่วงๆบ้าๆแบบนี้ยังเป็นเกย์ได้ แล้วมันก็ชิ่งมาหาผมด้วยในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทมัน ก็โดนเหล่ว่าจะเป็นเหมือนไอ้กายด้วยรึเปล่า

แล้วผมจะให้ทำไงล่ะ! ก็ต้องทำเฉยไว้ ขืนโวยวายมากจะหาว่าร้อนตัว สู้เอาสงบสยบความเคลื่อนไหวดีกว่า

ใครจะพูดจะแซวก็ช่างมัน เพราในตอนนี้ผมกับเดียร์ก็ได้คบกันจริงๆจังๆแล้ว ไอ้การโดนมองว่าผมเป็นเกย์ก็ตกไป เพราะสาวสวยดีกรีดาวคณะที่มาคบกับผมก็เป็นเครื่องการันตีในตัวอยู่แล้วว่าผมไม่ได้เป็นเกย์

“เดียร์จะมาด้วยมั้ยวะ?” ไอ้เอ็ดมันถาม เพราะเห็นว่าผมกับเดียร์คบกันแล้ว
“หึ๊!ไม่ว่ะ บอกทำธุระกับแม่ที่บ้าน แล้วเมิงจะมาถามหาแฟนกรูทำไมสาด!”
“กล้าพูดเนาะ...แฟน! เค้าบอกเมิงแล้วเหรอว่าเป็นแฟนเมิงน่ะ เดียร์เค้ายังเคยคุยกะกรูเลยว่าแค่ขั้นดูใจกะเมิงเอง”

 

“ผู้หญิงเค้าก็พูดกันแบบนั้นแหล่ะ รักษาภาพพจน์แบบดาราไง ยังไงก็แปลว่าเป็นแฟนกันแล้ว แล้วกรูก็มั่นใจด้วยว่าเดียร์ชอบกรูจริงๆ” ถ้าไม่พูดแบบนี้มีหวังไอ้พวกนี้มาตามจีบตามตอแยแหงมๆ
“มั่นใจ๋?” อะไรอีกวะ จะวุ่นวายกะกรูไรนักหนา

“เออ! ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยววันไหนเดียร์มากรูจะจูบโชว์ซะเลย จะได้ไม่คาใจเมิงอีก เอามั้ยล่ะ”
“ไอ้ห่า! ข่มเพื่อน ไม่ต้องพูดมาก มาครบกันทุกคนแล้วนิ งั้นไปกันได้ล่ะ”

ที่พวกเรามารวมตัวกันที่คณะ เพราะอาจารย์เรียกตัวมาใช้งาน เห็นว่าจะให้ไปจัดของอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ แต่ที่ผมมาก็เพราะอาจารย์พูดว่าเสร็จงานจะเลี้ยงข้าวนี่แหล่ะ งานนิดหน่อยกับอิ่มท้องไปมื้อนึง มีเหรอจะพลาด


สถานที่ที่เราจะไปทำงานช่วยอาจารย์นั้นเป็นโรงแรม 4 ดาวแห่งหนึ่งใกล้ๆมหาลัย

อาจารย์ที่คณะจัดงานสัมมนา ตกเย็นด้วยการเลี้ยงรองรับผู้เข้าสัมมนา

หน้าที่พวกเราคือจัดเวทีและจัดเอกสารสำหรับแจกแขกที่จะมาในงานเลี้ยงนั้น

ส่วนค่าตอบแทนที่ได้คือ ได้โต๊ะจีนมาสองโต๊ะ จากนั้นก็แล้วแต่ท่านนิสิต 6 คน ที่มาช่วยงานว่าจะมีปัญญากินหมดทุกอย่างทั้งสองโต๊ะรึเปล่า


 
เวลาผ่านไปเกือบ1 ทุ่ม

 

หลังจากที่พวกผมกับเพื่อนทำหน้าที่ต้อนรับแขกและแจกเอกสารเสร็จแล้วก็ถือโอกาสมานั่งโต๊ะรอสวาปามกันให้หนำใจ

 

แต่ก็อย่างว่า 2 โต๊ะ กับ6 คน ยังไงอาหารมันก็เยอะไป เสียดายของถ้ากินไม่หมด

ต่างคนก็เลยโทรไปชวนเพื่อนชวนแฟนกันมากินด้วย ผมจะชวนแฟนเค้าคงไม่มา

ส่วนเพื่อนคือไอ้กายก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่แถวๆนี้ซะด้วย เออ...ไอ้ต้าร์ไง ไม่รู้ว่ามันกลับรึยัง ว่าแล้วก็โทรชวนสักหน่อย

“โหล...ต้าร์ เอ็งกลับห้องยัง?”
“กำลังจะกลับ เฮียมีไรเหรอ?”
“พอดีเลย! งั้นอย่าเพิ่งกลับ เอ็งรอที่หน้าสำนักวิทยฯนั่นแหล่ะ  เดี๋ยวไปรับ”
“.....อ...อื้ม แล้วไม่ได้ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนเหรอ?”
“ก็กินดิ แต่อยู่เนี้ยของกินเยอะ เลยชวนเอ็งมากินด้วยนี่แหล่ะ”
“สรุป...ให้ไปช่วยทำลายหลักฐาน ว่างั้น?”
“ประมาณนั้น รอยู่นั่นแหล่ะ 10 นาทีก็ถึง”
“ครับ”
เวลาที่มันพูดเพราะๆเนี้ย ไม่รู้ทำไมผมว่าเป็นช่วงที่มันน่ารักที่สุด


อย่างว่า...ผมเป็นคนสร้างมันให้เป็นคนแบบนี้มากับมือ จะไม่ให้เอ็นดูมันหน่อย พาไปกินข้าว ดูหนัง อะไรบ้างก็พอเป็นกำลังใจให้มันไม่ท้อ ยิ่งพักนี้มันพยายามทำเกรดเพราะสอบมิดเทอมอยู่ ผมก็ยิ่งเอาใจมันใหญ่ ถ้ามันประสบความสำเร็จก็พอจะอ้างได้ว่าเป็นเพราะการสนับสนุนจากผม

 

ผมขับรถไปรับไอ้เด็กแว่นถึงที่ หน้าแนวๆกับแว่นหนาๆก็เดินขึ้นรถอย่างว่าง่าย
“ไง...ได้อะไรมามั่ง อยู่ตั้งแต่บ่ายยันค่ำ โหมหนักไปป่ะ?”
“ก็มันจะสอบนิ พื้นฐานน้อยอย่างผม ก็ต้องอ่านให้เยอะหน่อย”
“อย่าให้หนักนัก เอาให้มันพอดีๆก็พอ ดูเอ็งดิ ซูบไปหน่อยป่ะ?” พักนี้ผมว่ามันผอมลงไปมาก ทั้งที่ปกติก็ผอมอยู่แล้ว
“ไม่มั้ง? ผมก็ว่าธรรมดานิ”
“ไม่เม่ย อะไร ผอมลงสิ งั้นดีล่ะ วันนี้เอ็งกินให้เยอะเลย ของฟรีอยู่แล้ว กินไม่ต้องยั้งเลย”
“ถ้าไม่ใช่ของฟรี เฮียคงไม่บอกผมแบบนี้แหง”
“เฮ้ย!ไอ้บ้า ถึงกรูจะงก แต่ก็ไม่ได้หน้าเลือดนะโว้ย พูดมาก! พูดซะกรูเสีย”
“แล้วจะไปกินที่ไหน?”
“โรงแรมM อาจารย์จัดโต๊ะจีนให้ กินกะเพื่อนๆกรูนะ”
“อ๋อ...ถ้าเป็นเพื่อนเฮียก็ไม่เป็นไร นึกว่า...” มันทำหน้ายิ้มๆ เหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ
“นึกว่าไร?”
“หึ๊! ไม่มีไร”
หืม?...อะไรของมัน....ช่างเหอะ ไม่อยากสนใจเท่าไหร่


ถึงโรงแรมก็มุ่งตรงไปในห้องจัดเลี้ยงทันที พวกเพื่อนๆทั้งเก่าทั้งสมทบก็เริ่มลงมือกินกันแล้ว แต่มันก็รุมกันอยู่โต๊ะเดียว ส่วนอีกโต๊ะนึงก็นั่งกินกันอยู่แค่ 3 คน ก็เป็นพวกที่ตามมาสมทบนั่นแหล่ะ มีแฟนไอ้ต้นด้วยหนึ่งในนั้น
“เกือบมาไม่ทันซะแล้ว ดูไอ้พวกนี้ดิ ปอบลงชัดๆ” เห็นจากสภาพของจานอาหารที่เหลือแค่ลายประดับจานของโรงแรม แถมกินเสร็จแล้วดูท่าจะว่างมากคุยโขมงโฉงเฉง ฆ่าเวลารอให้จานต่อไปมาเสริ์ฟ

“ดีนะที่โต๊ะนี้มีผู้หญิงนั่งด้วยไม่งั้นก็คงโต๊ะวายไปชัวร์ ไง! นู๋นิด มาได้ไงเนี้ย แล้วไอ้ต้นไปไหนล่ะ” ผมเข้าไปทักทายกับแฟนไอ้ต้น แต่ไม่เห็นไอ้ต้นนั่งอยู่ด้วย
“ไปห้องน้ำน่ะแม็ก คงแอบไปสูบบุหรี่เหมือนเดิม เอ้าๆนั่งก่อน นี่เพิ่งเริ่มกินไปได้นิดเดียวเอง”
ผมกับไอ้ต้าร์ไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆกัน แล้วแนะนำให้นู๋นิดได้รู้จักกันกับไอ้ต้าร์ เพราะสองคนนี้ยังไม่เคยพบกัน

“น้องของแม็กนี่น่ารักดีนะ ว่าแต่อยู่ ม.ไหนแล้ว? แล้วจะมาเรียนต่อที่มหาลัยพี่ด้วยป่ะ?” นู๋นิดเห็นจะสนไอ้ต้าร์พอดู ก็หน้าแนวๆออกเกาหลีของมัน คงทำให้ผู้หญิงสนใจมันไม่น้อย
“ม.6 แล้วครับ ก็คงจะเรียนต่อที่นี่แหล่ะ ตอนนี้แค่ลงคณะมนุษย์ฯไปก่อน เอาให้ชัวร์ว่าชอบเรียนไรแน่ก่อนค่อยว่ากันอีกที”
แต่ไอ้ต้าร์ก็ตอบคำถามไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ค่อยสนใจกับเพื่อนใหม่นัก คงจะยังไม่คุ้นกะใครง่ายๆ  ส่วนผมก็ไม่ปล่อยปากตัวเองให้ว่างนานนัก ตักนั่นตักนี่กินสบายใจกับของฟรีในโรงแรมหรูของมื้อนี้
 
สักพักไอ้ต้นก็เข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย กลิ่นบุหรี่ติดเสื้อผ้ามันออกมา นู๋นิดพูดไว้ไม่ผิดเชียว
“งาย...น้องต้าร์มาด้วยเหรอ เต็มที่เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” ไอ้ต้นมันก็ทักทายไอ้ต้าร์ตามประสาคนเคยพบกัน พอมาครบกันทุกคนแล้วเราก็กินอาหารทั้งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน การกินข้าวเย็นวันนี้ของผมเกือบจะเพอร์เฟคแล้ว ขาดแค่สาวมานั่งข้างกายแค่นั้น ได้แต่น้องมานั่งข้างแทนไปก่อน ทำไงได้ เดียร์เค้าไม่ว่างนิ

กินไปเรื่อยจนจะถึงอาหารอย่างสุดท้ายแล้ว คือของหวานตามเสต็ป ผมกินมาเยอะแล้วพอจะถึงอย่างสุดท้ายก็ไม่ไหวแล้วล่ะ
“เฮีย จะเอาสักถ้วยป่ะ ตักให้”
“ไม่ไหวแล้ว อิ่มแล้ว เอ็งกินเหอะ”
“งั้นผมจะกินส่วนของเฮียล่ะกัน” ว่าแล้วมันก็ตักผลไม้ลอยแก้วใส่ถ้วยของมันจนเต็ม ทำสีหน้าดี๊ด๊า ดูท่าจะชอบใจกับของหวานที่เป็นของชอบของมัน
“เฮ้ยๆ เกรงใจหน่อย ถึงกรูไม่กินแต่คนอื่นเค้ากินอยู่นะโว้ย”
“ไม่เป็นไรหรอก ให้น้องมันกินเหอะ เด็กมันกำลังโต”
“ใช่ม่ะครับ...เห็นมั้ยเฮีย ตอนนี้ผมอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน เฮียมาขัดใจเดี๋ยวผมไม่โตจะว่าไง”
“ ทะลึ่งล่ะไอ้ต้าร์ กินๆไป พี่เค้าให้เอ็งแล้ว กินให้มันหมดแล้วกัน”
“ส.บ.ม.อยู่แล้ว” หน้าตาทะเล้นกับรอยยิ้มที่คุ้นเคยโผล่มาให้ได้เห็นอีกครั้ง เพราะพักหลังผมเห็นมันทำหน้าเครียดๆภายใต้แว่นตาหนาๆมานานล่ะ แต่ยังไงผมก็ชอบเวลาที่มันทำหน้าตากวนๆมากกว่าหน้านิ่งๆ อย่างน้อยมันก็ดูมีชีวิตชีวากว่ากันเป็นไหนๆ

ไอ้หนูมันก็ตักกินของหวานซรวบๆเพลินอยู่คนเดียว ดูมันกินท่าทางมีความสุขมาก แต่สงสัยจะอร่อยจัดเล่นกินจนไหลเลอะปากเลอะคางเปื้อนไปหมด
“เอ้าๆ เปื้อนหมดแล้ว กินยังกะเด็กๆ ไหนบอกว่าโตแล้ว เอ้า!หันมาจะเช็ดให้” เห็นเลอะๆก็อดไม่ไหว ผมเลยหยิบทิชชู่มาเช็ดปากให้มัน
“อื้อ!...ไม่ต้อง เดี๋ยวเช็ดเอง ผมอายเป็นนะ” พอผมทำท่าจะเช็ดให้ ไอ้ต้าร์ก็หลบไม่ยอมให้เช็ด
“กินมูมมามไม่อาย แค่จะเช็ดปากให้ล่ะทำหน้าบาง อย่าเรื่องมาก หันมา!”
ผมกุมหัวมันให้อยู่นิ่งๆมืออีกข้างก็จับทิชชู่เช็ดปากให้ พอเช็ดให้เสร็จ ปากเล็กๆกับหน้าแหลมๆของมันจู่ๆก็แดงขึ้น
หึ!ไอ้เด็กผี ทีแบบนี้ทำอาย หลังๆมาอะไรนิดๆหน่อยๆมันก็หน้าแดง จะว่าไงดี ดูมันแบ๊วๆขึ้นตั้งเยอะ ผมว่าไอ้ต้าร์มันมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง จนบางครั้งผมก็รู้สึกได้ถึงปฏิกิริยาแปลกๆ ผมก็อธิบายไม่ถูกว่าปฏิกิริยาที่ว่านั้นมันหมายความว่ายังไง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีอะไร เลยผ่านๆไปไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่

ไอ้ต้นมองผมเช็ดปากให้ไอ้ต้าร์ตาปริบๆ ด้วยนิสัยมันที่ชอบพูดตามที่คิด แล้วมันก็โผล่งออกมา
“ดูแลน้องเมิงเกินไปแล้วมั้ง ไอ้แม็ก”
“แล้วเป็นไง เมิงก็มีน้องเมิงไม่เคยทำให้แบบนี้เรอะไง” ผมก็ว่าผมไม่ได้ทำอะไรเกินไปซะหน่อย ดูแลน้องเล็กๆน้อยๆ มันจะเป็นอะไรไป

“หึ๊! ไม่เค๊ย ไม่เลยสักครั้ง”  ทำไมไอ้ต้นมันตอบแล้วต้องทำสีหน้าแปลกๆด้วย? เอ้อ....ไอ้เพื่อนบ้านี่ คิดอะไรของมันก็ไม่รู้ แต่ที่น่าอารมณ์เสียคือมันหันไปกระซิบอะไรกับแฟนมันสักอย่าง นินทากรูอยู่ป่าววะ? ช่างเหอะ จะคิดจะว่าอะไรก็เรื่องของมัน....


กินจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะกลับได้ ก็ต้องรอให้แขกเลิกจากงานเลี้ยงจนหมดซะก่อน เพราะหน้าที่ของเรานอกจากมากินแล้วยังต้องคอยเก็บอุปกรณ์หลายๆอย่างของอาจารย์กลับไปคณะด้วย ไอ้ด้วยที่ผมมีรถส่วนตัว อาจารย์เลยเรียกใช้คนแรก มาก่อน ทำงานก่อน แต่กลับทีหลัง ก็พอจะเป็นการเอาใจอาจารย์ให้เขียดเกรดดีๆให้ผมได้บ้างล่ะ

ผมบอกให้ต้าร์นั่งรอไปก่อน ก็กว่าจะเก็บของเสร็จภายในห้องจัดเลี้ยงก็เหลือแค่ผมกับมันแค่สองคนแล้ว
“ต้าร์เป็นไง รอนานม่ะ?”
“ไม่นิ รอไหว อืม....ว่าแต่เฮียจะกลับหอเลยม่ะ? อยากให้พาไปที่ที่นึงหน่อยอ่ะ”
“ไปไหน?”
“สนามกีฬาโรงเรียนผมอ่ะ ได้ม่ะ?”
“อ่า...ก็ได้ ว่าแต่ไปทำไม?”
“เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง ป่ะๆไปกัน” ไอ้ต้าร์ที่กำลังอารมณ์ดี ก็ดึงมือผมไปที่รถ ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรตอนนี้ที่สนามโรงเรียน แต่ก็รับปากแล้ว ผมก็เลยต้องจำใจพามันไปอย่างที่บอก

 

...............

“แล้วเอ็งจะมาทำอะไรที่นี่ จะสี่ทุ่มอยู่แล้วนา....”
“ตามมาเหอะ ถึงที่แล้วจะบอก”
มาถึงโรงเรียนยามดึก บรรยากาศของโรงเรียนก็ดูวังเวงอย่างบอกไม่ถูก แต่ไอ้ต้าร์กลับดูร่าเริงเกิน เดินแกมวิ่งนำไปปล่อยให้ผมเดินตามอยู่ต๊อกๆ

“เฮ๊ยยยยย! จะวิ่งไปไหน? เอ็งจะมาทำด๋อยอะไรตอนค่ำแบบนี้ว๊า.....” ยิ่งเรียกมันก็ยิ่งเดินลิ่วๆออกห่าง จนผมต้องได้วิ่งตามมันไปอย่างช่วยไม่ได้
มันพาผมเดินเข้าไปกลางสนามของโรงเรียน หญ้าในสนามได้รับการดูแลอย่างดี เหยียบลงไปทีก็นุ่มเท้ายังกะสนามที่ใช้แข่งกีฬาใหญ่ๆ บรรยากาศโดยรอบดูมืดไปหมด เหลือแต่แสงไฟที่ติดพนังอาคารเรียนแต่ก็อยู่ไกลพอดู แสงที่ส่องมาถึงสนามก็เลยน้อย ยิ่งเงียบๆไม่มีใครอยู่แบบนี้ก็อดให้นึกถึงเรื่องผีๆสางๆไม่ได้ ยิ่งอยู่ในโรงเรียนแบบนี้เรื่องเล่าแนวนี้มันก็เยอะซะด้วยสิ ไอ้ผมมันพวกจินตนาการเก่ง ถ้าเกิดว่ามีอะไรออกมาอย่างที่คิดล่ะก็คงวิ่งป่าราบไม่เหลียวหลังเลย

ตุ๊บ!!!
“เฮ้ย! อะไรวะ?”
จู่ๆไอ้ต้าร์ก็เหมือนล้มฟุบนอนแผ่อยู่กลางสนามซะงั้น รึผีเข้ามันวะ? เฮ้ย!ไม่เอานะเว้ย กรูยิ่งเสียวๆอยู่

 “เฮ๊ย!ไอ้ต้าร์ เมิงเป็นไร? เฮ๊ย!!พูดกับกรูดิเฮ้ย!!”
ผมวิ่งไปดูมันขณะที่มันนอนแผ่หราอยู่กลางสนามหญ้า ในใจก็หวั่นๆเพราะคิดเตลิดไปไกลแล้วว่า ผีมันเล่นไอ้ต้าร์แล้วมั้ยล่ะ เอาไงดีกลัวก็กลัว แต่จะทิ้งมันไปก็ไม่ใช่ที่ ทำใจกล้าเข้าไปดูอาการมันซะก่อน
“เฮีย...ไม่ได้เป็นไรซะหน่อย แค่อยากนอนเฉยๆ”
มันยังพูดได้เว้ย แสดงว่าไม่ได้ผีเข้า โล่งอก
“อ้าว! ไอ้บ้านี่! อยู่ดีๆอยากมานอนกลางสนามทำไมว่ะ... เอ้อ! คิดจะทำอะไรวะ ไม่เอาล่ะกลับๆ” ผมรู้สึกหงุดหงิดหน่อยๆที่โดนไอ้ต้าร์พามาทำเรื่องไร้สาระ ผมผละออกมาทำท่าว่าจะเดินหนี แต่ก็โดนไอ้ต้าร์ดึงแขนเสื้อเอาไว้
“เฮียนั่งลงก่อนดิ  ที่มาเนี้ยมีเหตุผลนะ”
“เหตุผลอะไรของเมิง...เอ้า! ก็ได้ ไหนๆก็หลวมตัวตามมาถึงนี่แล้วนิ!”
ผมยอมนั่งลงข้างๆไอ้ต้าร์อย่างจำใจ ไม่มีอะไรจะทำหลังจากนี้แล้วด้วย มันจะพามาทำด๋อยอะไรก็แล้วแต่จะจัดการแล้วกัน

“เฮีย...”
“อะไร?”
“รู้มั้ย วันนี้แตกต่างจากวันอื่นตรงไหน?”
“วันพระมั้ง! เอ็งถึงได้บ้าออกมานอนกลางสนามแบบนี้ได้”
“ไม่ช่าย! จะบ้าเหรอ คิดพิลึกน่ะเฮีย คิดให้มันธรรมดากว่านี้หน่อยได้ป่ะ”

“ไม่คิดแล้ว บอกมาเลยดีกว่า” ท่าจะบ้า! มานอนกลางสนามแล้วยังจะมาเล่นทายวันอีก คิดอะไรของมันวะ!ไอ้เด็กบ้านี่

“งั้นใบ้ให้ก็ได้ เฮียว่าผมอายุเท่าไหร่แล้ว?” มันลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าผมเป๋ง สีหน้ามันดูลุ้นว่าใบ้ให้ขนาดนี้แล้วจะทายถูกรึเปล่า
“หืม?...อย่าบอกนะว่าวันเกิดเอ็งน่ะ?” ผมก็คลับคล้ายคลับคลาว่ามันเคยบอกว่าเกิดเดือนนี้  ถึงว่า...มันคะยั้นคะยอให้ผมทายจัง

มันยิ้มกว้างออกทันที แววตาเป็นประกาย ดูดีใจยังกะถูกหวย

 “ถูก! วันนี้เป็นวันเกิดผมเอง”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

edit @ 25 May 2010 14:33:27 by boyplus

Comment

Comment:

Tweet

It is not simple to last in a study world. High school students need to struggle every day composing essay papers! However, it can be easier to buy <a href="http://www.supreme-essay.com/custom-written-term-papers.html">custom written term papers</a>.

#2 By KatelynVance (31.184.238.73) on 2013-08-01 15:14

ต้าร์กลายเป็นเด็กเรียนเเล้ว เมื่อไหร่เเม็กจะชอบต้าร์ซะที อ้ากกก

สนุกๆๆ ชอบมากเลยค่ะ รออ่านต่อนะคะ

#1 By gowe on 2010-05-25 21:09