Boy Plus


Part 20 : ไม่ท้องก็มีลูกได้...(จบPart)

 

 

 


อืม....งืมๆ...
........มารู้สึกตัวอีกที ดวงอาทิตย์ก็เกือบจะลับขอบฟ้าแล้ว

 กี่โมงแล้วละเนี้ย? หืม....แล้วดินไปไหนแล้วล่ะ? จำได้ว่านอนกอดกันอยู่นี่หว่า???
“ดิน! ...อยู่ไหนอ่ะ?”
.....เงียบ........

สงสัยอยู่ข้างล่างมั้ง?
ผมลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้าก่อนจะเดินลงไปข้างล่างบ้าน แต่ไม่ยักจะเห็นดินแฮะ?


“ไปไหนของเค้าวะ?”


ผมเดินไปหลังบ้าน ก็เห็นคนที่คุ้นเคยนั่งอยู่ที่ระเบียงไม้ริมสระน้ำท้ายสวน นั่งแนบพื้นไม้หย่อนขาลงไปที่สระน้ำอย่างสงบอยู้คนเดียว ผมก็เลยเดินไปหา


“ทำอะไรอยู่เอ่ย?”

ผมเข้าสวมกอดจากด้านหลัง แต่ดินไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ(อีกล่ะ!)
ชักจะรำคาญแล้ว ผมเลยจับอุ้มขึ้นมาให้นั่งตักซะเลย แถมกอดแน่นไม่ยอมให้ลุกออกได้

“เฮ้ย!!!จะมาอุ้มทำไม? ปล่อย...”
“ก็เล่นไม่พูดไม่จาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เป็นอะไรอีกล่ะ หืม?”
“ไม่ได้เป็นอะไร! ...ปล่อยสิ”
“ถ้าไม่พูดก็ไม่ปล่อย จะให้นั่งทั้งคืนแบบนี้ยังได้เลย เอามั้ยล่ะ?”

“...................”
แต่ขู่แล้ว ดินก็ไม่พูดไม่ตอบเอาแต่นั่งนิ่ง นี่คิดจะให้นั่งแบบนี้ทั้งคืนจริงเหรอเนี้ย? ผมก็ปากเก่งขู่ไปยังงั้น ถ้าให้นั่งอยู่แบบนี้จริงๆเหน็บกินขากันพอดี
“ไม่บอกกายจริงๆเหรอ?” ผมก้มลงหอมไหล่ที่นั่งอยู่บนตัก พยายามง้อให้ดินยอมพูดบ้าง

.........น....น่าอาย.....ไม่อยากพูด....”
ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเรื่องที่ทำกันเมื่อกี๊...นี่คงจะอายมากถึงขนาดหลบหน้าไม่ยอมพูดกับผมแบบนี้ เวอร์จิ้นจริงๆเลยน๊า....

“เป็นแฟนกันมันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้แหล่ะ....แล้วดินจะอายไปทำไมกัน?”

“......ไม่รู้...ก็...มันน่าอายนี่”
“เดี๋ยวก็ชินน่า....ดิน คราวหลังก็จะหายอายแล้ว”
“ยังจะมีคราวหน้าอยู่อีกเหรอ? คนบ้ากาม!”
“แล้วเมื่อตะกี๊ใครล่ะที่ขย่มจนเตียงแทบพัง? หืม...จะมาบอกว่ากายบ้ากามคนเดียวได้ไง!ดินก็ด้วยน่ะแหล่ะ”
“ไม่ใช่ เราไม่ได้ทำนะ! หยุดพูดนะ ไม่งั้นโกรธจริงด้วย!”
ทั้งพูดทั้งหน้าแดงเถือกหมดแล้ว ปากเงี้ยไม่ตรงกับใจซะเล้ย! อะไรๆก็มาโทษว่าเป็นเพราะผมหมด เดี๋ยวกลับไปที่หอนะจะทำให้ไม่กล้าพูดแบบนี้อีกเชียว หึๆๆ

“เอ้า....กายบ้ากามคนเดียวก็ได้....ดินไม่ได้เป็นหรอก โอ๋ๆๆ อย่าโกรธนะ เพราะว่ารักหรอกถึงได้อยากทำด้วย รึว่าอยากให้กายไปทำกับคนอื่นล่ะ?”
“ลองไปทำกับคนอื่นสิ....ตายแน่กาย!”
“โอ๊ย!!!ๆ ยอมแล้วๆ กายพูดเล่น”
พูดแซวเล่นหน่อยก็ทำตาเขียวปั๊ด แถมหยิกขาผมซะเต็มแรงเชียว แต่ก็ดีอย่างน้อยก็พอรู้ว่าดินเค้าก็หึงผมอยู่เหมือนกัน

“รักนะดิน.....”
“อืม....”
“อืม....อาร้าย! ทำไมไม่พูดแบบตอนนั้นล่ะ? นะๆ พูดสิ”
“.....ร....รัก...ก็ได้” เหมือนจะพยายามสุดๆแล้ว สำหรับคนขี้อายอย่างดินพูดได้แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ เฮ้อ....
“เอ้า...แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว รักนะค้าบ...กระต่ายน้อย”

เราทั้งคู่นั่งกอดกันอยู่แบบนั้น อากาศที่เย็นลงยามเวลาโพล้เพล้ทำให้อ้อมกอดเรารู้สึกอบอุ่นมากกว่าเดิม
“.....ม...เหมือนกัน....”
หึๆ คงจะเห็นว่าผมบอกรักบ่อยๆ ก็คงอยากจะบอกผมบ้าง แต่ด้วยความขี้อายระดับเทพ การบอกรักตอบคงทำได้ดีที่สุดแค่นี้ล่ะ

 

 


“กาย!”
“คร้าบ...”
“ได้ยินเสียงอะไรมั้ย?”
“หืม?....ได้ยินแต่เสียงหัวใจดินเต้นล่ะมั้ง?”
“ไม่ใช่...เสียงมาจากท้ายสระน่ะ...อะไรเหรอ?”

“อืม....กบรึเปล่า? แถวนี้มันมีเยอะนะ”
“ไม่ใช่หรอก! นี่ลุกหน่อยสิ เราจะไปดูว่ามันอะไร”

“เฮ้ย!จะไปทำไมมันอันตรายนะ มืดแล้วด้วย เดี๋ยวงูฉกทำไงล่ะ”
“งั้นไปเอาไฟฉายมาสิ เราอยากไปดูว่ามันเสียงอะไรกันแน่”
ตามใจ...งั้นรออยู่นี่นะ ไปแป๊บเดียว”

ผมเดินกลับเข้าบ้านไปหยิบกระบอกไฟฉาย แล้วเดินกลับออกมาหาดิน ก็ให้รู้ๆกันไปเลยแล้วกันว่ามันอะไร แล้วทำไมผมไม่เห็นจะได้ยินเสียงอะไรเลย? ดินนี่หูดีจัง
“มาแล้ว...ป่ะไปดูกัน”

ผมเดินนำหน้าดิน ดินก็จับมือผมเดินตามมาไม่ห่าง พลางก็ชี้บอกทางว่าได้ยินเสียงมาจากตรงไหน
“เราได้ยินเสียงจากแถวๆนี้แหล่ะ ตอนที่กายไปหยิบไฟฉาย เรายังได้ยินเสียงอยู่เลย”
ผมวาดไฟฉายไปเรื่อยๆตามที่ดินบอก แต่ก็ไม่ยักจะเจออะไร นอกจากพุ่มไม้และกอหญ้าสูงๆ


“งื๊ด......”
“อ่ะ!มีเสียงอีกแล้ว กายได้ยินมั้ย?”
“อ่าๆได้ยิน เสียงมันน่าจะมาจาก.......ตรงนี้!”
พอผมส่งไฟฉายไปยังต้นเสียง ก็ปรากฏว่ามีหมาน้อยตัวหนึ่งกำลังนอนตัวสั่นอยู่ในกอหญ้าสูง
“เฮ้ย!ลูกหมา มาอยู่นี่ได้ไงเนี้ย?”
ก็เนี้ยมันสวนหลังบ้านผม ด้านหลังสวนนี้ถัดไปก็เป็นป่ากับทุ่งนา ไม่น่าจะมีหมามาอยู่ได้ รึจะเป็นหมาป่าวะ?

“ฮื้อ....น่ารักจังเลย....”
เอาแล้วไง!เห็นของอะไรน่ารักๆไม่ได้พุ่งใส่อีกแล้ว เมื่อก่อนผมเคยพาเดินเที่ยวตลาดนัดแถวมหาลัย ถ้าดินเค้าเห็นแผงที่ขายลูกหมาก็จะพุ่งดิ่งเข้าไปดูซะนาน จนผมต้องดึงตัวให้ออกมาไม่งั้นนั่งเฝ้าจนเจ้าของร้านรำคาญแหงๆ

 ดินเข้าไปหวังจะอุ้มเอาลูกหมาตัวนั้นออกมา แต่เหมือนมันไม่คุ้นเคยกับคน พอดินเข้าไปใกล้มันก็ร้องเอ๋งเสียงหลง
“นี่...ไม่ต้องกลัวนะ มาอยู่ตัวเดียวได้ไง?....หนาวล่ะสิ”
ดินอุ้มเจ้าลูกหมาขนสีน้ำตาลออกมาจากกอหญ้าอย่างทะนุถนอม เจ้าหมาน้อยมีอาการสั่นเนื่องจากอากาศหนาวและความกลัว ดินพอได้อุ้มแล้วก็เห่อทั้งลูบทั้งกอดไม่วาง
“ดิน...ไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอก แม่มันอาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้”
“ไม่หรอกกาย...มันยังเล็กอยู่เลย ปกติแม่หมาจะไม่ทิ้งลูกไปนานๆ รึว่ามันจะหลงมาน่ะ?”
“กายว่า ดินปล่อยมันไว้นี่แหล่ะ เดี๋ยวถ้าแม่มันมาอาจจะพามันกลับก็ได้”
“ไม่เอาอ่ะ! เราจะพามันไปด้วย”

เอาแต่ใจแล้วไง! หมาที่ไหนก็ไม่รู้จะเอามันไปด้วย บ้านผมก็ไม่เลี้ยงสัตว์ด้วยสิ แล้วดินเค้าจะเอาไปยังไง?
“ดิน! ไม่เอาน่า.. หมาที่ไหนก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม บ้านกายก็ไม่เลี้ยงนะหมานะ”
“ก็ใครว่าจะให้เลี้ยงที่นี่ล่ะ เราจะเอากลับหอด้วย!”
“กลับหอ!!!! เฮ้ย! ไม่ได้ หอเค้าห้ามเลี้ยงสัตว์ ขืนเอากลับไปน้าชิตด่าตาย กายว่าพรุ่งนี่เอาไปปล่อยที่วัดเหอะ”
“ไม่....กายใจร้าย! จะทิ้งลูกหมาน่ารักแบบนี้ได้ลงคอเหรอ? ไม่เอา..เราจะพากลับหอด้วย ใครจะว่ายังไงก็ช่าง เราจะเลี้ยง!”

“ดิน!อย่าดื้อได้มั้ย! บอกแล้วว่าเลี้ยงไม่ได้ เอามันมานี่เลย เราจะจัดการเอง”
“ไม่!!!”
“..ดิน!!!”
ว่าแล้วอุ้มลูกหมาวิ่งจู๊ดเข้าบ้านไปเลย ผมได้แต่เดินตามเข้าไปอย่างหัวเสีย โธ่เอ๊ย! มีเรื่องให้ได้ปวดหัวอีกแล้วไง

พอเดินเข้าบ้าน เห็นดินจัดแจงเอาผ้ามาห่มให้ไอ้เจ้าลูกหมาตัวนั้นอย่างดี พออยู่ในบ้านแสงสว่างๆก็เห็นชัดเลยว่ามันเป็นหมาบ้านๆธรรมดา ตัวสีน้ำตาลแดง หูตั้งๆกับตากลมๆสีดำ ส่วนดินก็ประคบประหงมห่อผ้าให้มันอย่างเรียบร้อย
“ไม่เป็นไรแล้วนะ...ไม่หนาวแล้ว”
เอาอกเอาใจยังกะมันเป็นคนซะงั้น พอผมเดินเข้าไปหา ดินก็อุ้มไอ้เจ้าหมาน้อยนั่นออกห่างทันที
“อย่านะกาย! รู้นะว่าคิดจะทำอะไร เราไม่ยอมให้กายเอามันไปปล่อยหรอก”

“แล้วดินจะให้ทำไง? เลี้ยงที่บ้านก็ไม่ได้ เลี้ยงที่หอก็อย่าหวังเลย น้าชิตไม่ยอมให้เลี้ยงหรอก”
“ถ้าไม่ลองขอดูก็ไม่แน่หรอก! ไม่รู้ล่ะ..เราจะเอาไปเลี้ยงที่หอให้ได้”
“งั้นก็ตามใจ...ถ้าผิดหวังที่ไม่ได้เลี้ยงแล้วมาเสียใจไม่รู้ด้วยนะ”
“ต้องได้สิ!ต้องได้อยู่แล้ว”
ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหน? น้าชิตแกก็ไม่ค่อยชอบใจนักหรอกที่จะเลี้ยงหมา เมื่อก่อนมีคนในหอคนนึงเอาหมาพุดเดิ้ลมาเลี้ยงยังโดนน้าแกไล่ให้เอาไปเลี้ยงที่อื่นเลย แล้วจะหวังอะไรกับหมาบ้านๆตัวนี้ ก็คงจะไม่ได้เลี้ยงแหงๆ


ผมเตรียมตัวออกไปซื้อข้าวเย็น เพราะวันนี้แม่ไม่อยู่เลยต้องหากินข้าวเย็นเอง เห็นบอกว่าจะกลับมาค่ำๆนี่นา แต่ไม่เห็นส่งข่าวมาเลย ลองโทรถามดีกว่า

“ฮัลโหล....แม่ ทำไมกลับช้าจัง? จะมาตอนไหนเนี้ย?”
<สงสัยกลับไม่ได้แล้วล่ะลูก ก็พี่แกสิ! เมาแอ๋กันทั้งคู่ เห็นทีวันนี้แม่คงต้องค้างที่นี่แล้วล่ะ>
“อ้าว!แบบนี้ผมก็ต้องอยู่เฝ้าบ้านกับดินแค่สองคนสิ ดินเป็นแขกต้องมาเฝ้าบ้านให้ไม่ดีเลยนะแม่”
<ฝากขอโทษดินด้วยละกันกาย...พรุ่งนี้แม่ถึงได้กลับบ้าน หาอะไรกินเย็นนี้ไปก่อนนะ>
“ก็ได้แม่...ไม่มีปัญหาหรอก แค่นี้ก็แล้วกันครับ ฝากสวัสดี ทางนั้นด้วยล่ะกันครับ”

สรุปแล้วผมกับดินก็ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังต่อ
อิๆก็ดี แบบนี้จะได้มีเวลาสนิทแนบชิดกันได้โดยไม่ต้องอายสายตาใครอีกหน่อย แต่....มีอุปสรรคคือไอ้หมาน้อยที่ดินเพิ่งเก็บมันมาด้วยนี่สิ แบบนี้คงไม่ยอมไปไหนมาไหนด้วยแหงๆ

“ดิน...กายจะออกไปซื้อกับข้าวข้างนอกนะ ไปด้วยกันม่ะ?”
“ไม่ล่ะกาย อ่อ...ฝากซื้อนมให้ด้วยสักสองกล่องสิ เอาแบบจืดนะ จะเอามาให้เจ้าหนูตัวนี้กิน”
นึกไว้ไม่มีผิด พอได้ไอ้หมาน้อยนี่มา ก็ทำตัวเป็นพ่อเลี้ยงมันชั้นเลิศเชียว ขี้เกียจจะพูดจะห้ามแล้ว รอให้น้าชิตเห็นก่อนเหอะ รับรองไอ้หมาน้อยนี่ได้ไปอยู่วัดชัวร์!
“ก็ได้ ....งั้นไปแป๊บนึงนะเดี๋ยวมา”

 

ผมบึ่งรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปซื้อกับข้าวที่ปากซอย แล้วก็ไม่ลืมที่จะซื้อนมมาให้ตามที่ดินบอก
ก็ลองลืมดูสิ! ดินเค้าเคืองผมตาย!


ผมกลับมาด้วยกับข้าวและขนมอีกถุงใหญ่ กับอาหารหมาคือนมของไอ้หมาน้อยมันด้วย
“มาแล้ว!!!”
“ซื้อนมมาด้วยรึเปล่า?”
“ซื้อดิ เอ้า!นี่ไง”
ดินรับเอานมกล่องจากผมแล้วรินใส่จานให้ลูกหมามันกิน ผมสังเกตว่ารอบๆตัวไอ้หมาน้อยตัวนั้นมันจะมีออฟชั่นเยอะขึ้น ทั้งผ้าห่ม ถ้วยใส่น้ำดื่ม จานที่รอจะใส่นม รวมทั้งกระดาษหนังสือพิมพ์รองฉี่รองอึ  โห...เป็นเอามาก ไปแป๊บเดียวนี่ถึงกับจะสร้างอาณาจักรให้ลูกหมาเลยนะเนี้ย
ส่วนไอ้ลูกหมาตัวนั้นพอกินเสร็จ ดินก็อุ้มขึ้นมาให้นั่ง มันก็นั่งตาแป๋วอยู่บนตักของดินอยู่อย่างนั้น ดูเหมือนมันจะไม่กลัวและไม่หนาวแล้ว ก็มีคนดูแลดีซะขนาดนั้นนิ
“งั้นเราไปกินข้าวกัน ไปล้างมือด้วยนะ จับหมามา สกปรก!”
“ไม่สกปรกหรอก ตัวมันหอมออก! นี่ไงๆ เมื่อกี๊ทาแป้งให้ด้วย”
“ยังไงก็ต้องไปล้างมือ!! อย่าดื้อนะดิน ไปเดี๋ยวนี้”
“ก็ได้..”
ชิ! พอมีลูกหมาก็เริ่มไม่ดูแลตัวซะแล้ว  หอม!หมาเนี้ยนะหอม  ผมละไม่เข้าใจของคนที่รักสัตว์จริงๆ ไม่รู้ว่าทนดมทนเล่นอยู่กับสัตว์หน้าขนไปได้ยังไงตั้งนานสองนาน

พอผมไล่ไปล้างมือเสร็จก็ให้มากินข้าว ขณะที่นั่งกินกันก็ยังไม่วายชำเลืองมองเจ้าลูกหมาอยู่เป็นระยะๆ ทั้งกินข้าวทั้งหันไปมอง จนเม็ดข้าวหล่นกระจายเต็มโต๊ะ
“ดิน! อย่ามัวแต่สนใจมันได้มั้ย ดูสิ!กินข้าวยังไงข้าวหกหมดแล้ว”
“ก็....เป็นห่วงน่ะ กลัวมันจะเหงา”
“กินข้าวให้เสร็จก่อนได้มั้ยแล้วค่อยห่วง อะไรอ่ะ!เป็นแบบนี้เมื่อไหร่จะกินเสร็จล่ะ เอ้อ!”
ผมก็ชักบ่นแบบเดียวกันกับแม่ซะแล้ว ก็ดินน่ะสิ ทำตัวเหมือนเด็กๆเลย ไอ้การทำตัวเป็นเด็กบางอย่างก็น่ารัก แต่อย่างนี้มันน่ารำคาญนะ
ดินรีบกินข้าวแบบรีบร้อน แป๊บเดียวก็กินหมด พอกินเสร็จก็ลุกออกไปหาเจ้าหมาน้อยนั่นทันที ปล่อยให้ผมนั่งกินข้าวคนเดียวอย่างอารมณ์เสีย
“โว้ย!! มารคอหอยหน้าขนโผล่มาอีกตัวแล้วไงกรู”


ดินก็เอาแต่สนใจคอยประคบประหงม ทั้งเช็ดหูเช็ดฟัน หวีขน เก็บหมัดและเห็บออกจนเกลี้ยง พอสักหน่อยก็เกาท้องให้มันขณะที่มันนอนหลับ นี่เล่นอยู่กับมันไม่ทำอะไรอื่นเลยตั้งแต่หัวค่ำ ขณะที่ผมต้องไปล้างจาน เก็บที่นอนที่เมื่อบ่ายทำกระจุยแถมเปลี่ยนผ้าปูใหม่ด้วย ไปซักผ้าแล้วตากให้เรียบร้อย สุดท้ายก็อาบน้ำเพื่อจะขึ้นนอน
แต่ก็ยังเห็นว่าดินนั่งเล่นอยู่กับเจ้าหมาน้อยไม่ไปไหนอยู่ดี!!!!!
“ดิน!”
“อะไร..กาย?”
“สี่ทุ่มแล้ว ไปอาบน้ำได้แล้ว ยิ่งดึกมันยิ่งหนาวนะ”
“อื้อ..ก็ได้ งั้นฝากดูเจ้ากิ๊ฟ ด้วยนะ แป๊บเดียว”
ดินยื่นไอ้ลูกหมายื่นมาให้ผมรับเอาจากมือ แล้วตัวเองก็เดินไปห้องน้ำอาบน้ำสบายใจเฉิบ


“ไอ้กิ๊ฟ! ไอ้ลูกหมา!!!”
ไม่ทันไรก็ตั้งชื่อให้มันซะแล้ว แล้วทำไมต้องมาตั้งชื่อเป็น ก.ไก่ เหมือนชื่อผมด้วยฟะ?

 

ไม่ถึงสิบนาที ดินก็อาบน้ำเสร็จทาแป้งแต่งตัว แล้วก็รีบมาดูไอ้ลูกหมา”ไอ้กิ๊ฟ”ซึ่งผมวางไว้ใกล้ๆโซฟาขณะที่ผมเปิดทีวีดูไปอย่างไม่ได้สนใจมันนักหรอก มันก็เดินดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ใกล้ๆ
พอมันเห็นดินเดินเข้ามาก็กระดิกหางดิ๊กๆใส่ โฮ่!คุ้นเคยกันไวซะจริง
“มาแล้วๆ คิดถึงพ่อมั้ยกิ๊ฟ? อืม....น่ารัก”

มาถึงก็ทั้งกอดทั้งหอม แล้วไอ้ที่อาบน้ำเมื่อกี๊มันจะมีประโยชน์อะไร เล่นมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับหมาแบบนี้ก็ไม่ต่างกับไม่อาบน่ะสิ!
ดิน! อาบน้ำแล้วก็อย่าไปขลุกกับมันนักสิ พอได้แล้วให้มันไปนอน ส่วนเราก็ขึ้นไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว!”
“อื้อ...อยากอยู่กับกิ๊ฟอีกหน่อย...แป๊บนึงไม่ได้เหรอ?”
“ไม่ได้! ดึกแล้ว ให้หมามันไปนอนแล้วคนก็ไปนอนด้วย!”
“อื้อ....ก็ได้”
ดินก็จัดแจงเอาลูกหมาไปนอนอย่างอิดออด พอจัดที่นอนให้มันเสร็จผมก็ต้องไล่คนให้ขึ้นไปนอนด้วย แต่สายตายังอาลัยอาวรณ์ไอ้ลูกหมามันอยู่ ชิ! อิจฉาหมาเฟ้ย ทีกับตรูนะ ไล่ออกจากห้องไม่ใยดี ไม่เห็นบ่นอยากนอนกับตรูสักครั้งเล้ย!!!
“ดิน!ไปนอน”
ในที่สุดผมก็ไล่ให้ดินเข้ามาถึงเตียงจนได้ อา....สังเวียนรักในยามบ่ายยังคงติดตรึงในดวงใจ คืนนี้จะมีเบิ้ลอีกสักรอบมั้ยเนี้ย? มีลุ้นครับ...มีลุ้น

ตอนนี้ผมก็ยังนอนเตียงเดียวกับดินอยู่แต่คงจะไม่หงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคืนก่อนๆแล้ว ก็เพิ่งผ่านบทรักไปหมาดๆ แถมครั้งแรกของดินจะให้เบิ้ลต่อคงไม่ได้ เดี๋ยวมีเลือดออกจะซวย
คืนนี้ก็คงได้แค่นอนกอดกันเฉยๆ อิๆ ไม่เป็นไร แค่นี้ก็สุขจนล้นแล้วละน้องกระต่ายจ๋า....
“หลับซะนะคนดีของผม คืนนี้กายจะดูแลดินเองนะ”
“อื้ม....หลับฝันดีนะกาย...”

 


เราทั้งคู่นอนตระคองกอดกัน ผมหอมที่แก้มนวลไปฟอดใหญ่ ดินเข้านอนซบที่หน้าอกผมอย่างสบายใจ  แล้วเราก็หลับไปอย่างมีความสุข

 

 

 

.............งั้นเหรอ?

 


“งื้ด!!!....หงิงๆๆ”


“อ๋า....กิ๊ฟร้อง!!!”
ยังไม่ทันได้หลับดีดินก็ลุกพรวดออกจากอกผมไป วิ่งลงไปดูไอ้หมาน้อยข้างล่างอย่ารีบร้อน ปล่อยให้ผมนอนฝันค้างอย่างเปล่าเปลี่ยว...อีกแล้ว!
“ว๊าก!!!.....มาร...มารจริงๆ”

ผมจำเป็นต้องเดินตามลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ก็ลงไปดูหน่อยว่าเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าผมห่วงหมานะ ห่วงคนมากกว่า
ดินที่มาถึงชั้นล่างก่อนแล้ว กำลังนั่งกอดหมาน้อยตัวนั้นอยู่ข้างๆโซฟา ไอ้หมาตัวดีพอดินกอดเข้าหน่อยก็เงียบไม่ร้องสักแอะ! ชักจะเกลียดเมิงแล้ว
“อะไรอีกล่ะดิน? หมามันเป็นอะไร?”
“อื้อ...กาย มันคงเหงาน่ะ คงเพิ่งเคยอยู่ตัวเดียว เลยร้องน่ะ”
“อย่าบอกนะว่าจะพามันไปนอนด้วย ไม่เอานะ!กายไม่ยอม เรื่องอะไรจะให้หมาไปนอนด้วยกับคน”

“ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าเอาขึ้นไป...แต่เราจะมานอนกับกิ๊ฟต่างหาก”

“หา!!! นอนที่นี่กับหมาเนี้ยนะ เฮ้ย!!แล้วกายล่ะ?”
“กายก็นอนคนเดียวสิ...นอนได้ใช่มั้ย?”
“ไม่ได้! ดินต้องขึ้นไปนอนกับกาย เรื่องอะไรจะยอมให้มานอนกกหมาแบบเนี้ย!”
“เราก็ไม่ไป! จะนอนที่นี่กับกิ๊ฟ”
ผมได้แต่ยืนค้ำเอว เกาหัวแกรกๆอย่างหัวเสีย อะไรวะ? วันนี้ก็เหมือนคืนแรกของการเข้าหอ แต่จะมานอนกกหมา มันใช่ซะที่ไหนล่ะ
“จะนอนที่นี่จริงๆอ่ะ”
“ใช่!เราจะนอนนี่”


“งั้นตามใจ!”

ผมเดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดบ้านไปอย่างหงุดหงิด เดินเข้าห้องของตัวเองกระโดดขึ้นเตียงนอนคลุมโปงตัวเองทั้งที่อารมณ์บูด มีอย่างที่ไหน...เห็นหมาดีกว่าแฟน!

 

 

“หืม...นอนข้างล่าง มันไม่มีผ้าห่มนี่หว่า?”
จะปล่อยให้นอนแบบนั้นคงไม่ใช่ที่ ผมจำใจต้องเดินลงไปหาดินอีกครั้ง พอผมเดินลงไปข้างล่างก็เห็นดินนั่งพิงหลับอยู่ข้างๆโซฟา ที่ข้างๆตัวก็มีไอ้หมาน้อยนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ
“...หลับทั้งคนทั้งหมาเลย”


“เอ้า! ไหนๆก็ไหนๆวะ! ยอมให้สักวันแล้วกัน”
ผมลงไปนั่งข้างดิน ใบหน้ายามหลับขอดินดูสบายใจทั้งที่ที่นอนอยู่มันก็ไม่สบายตัวซะหน่อย ปกติดินเป็นคนที่หลับง่ายมากๆ ถึงแม้ว่าจะนั่งหลับแบบนี้ก็ยังหลับได้ ผมนั่งลงข้างโซฟา แล้วอุ้มตัวดินที่หลับอยู่ขึ้นมาอย่างช้าๆให้นอนแนบอก ร่างกายของดินไม่หนักเท่าไหร่ เพราะตัวเล็กแถมผอมอยู่แล้ว ดินขยับตัวและครางอือๆในลำคอ แต่ก็ไม่ยักจะตื่นแฮะ! คงจะเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายแล้ว
การอุ้มดินขึ้นบันไดจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนแรงควายอย่างผม ร่างกายบอบบางถูกอุ้มและวางลงกับเตียงอย่างง่ายดาย ผ้าห่มอุ่นหนาถูกดึงมาคลุมร่างไว้  ผมคงทำได้ดีแค่นี้ล่ะนะ
....สุดท้ายสิ่งที่ต้องทำคือ ไอ้หมาน้อยนั่น ต้องยอมให้มันมานอนร่วมห้องสักคืนแล้วกัน ขืนมันร้องอีก ดินคงวิ่งลงไปข้างล่างอีกแน่ๆ ผมเดินกลับลงไปข้างล่างเห็นไอ้หมาน้อยกระดิกหางให้ดิ๊กๆ ดูท่ามันจะมีเซนท์ว่าวันนี้จะได้นอนที่ดีๆ ถึงได้ตื่นขึ้นมากระดิกหางให้ผมแบบนี้

“โชคดีของเมิงนะที่มาเจอดิน แต่เป็นโชคร้ายของกรูว่ะ...ไอ้สาด!”


ผมหิ้วไอ้หมาน้อยขึ้นไปชั้นสองเข้าไปในห้องนอนของผม ถือผ้าที่ดินปูให้มันนอนมาด้วย มาถึงแล้วก็จัดแจงผ้าปูให้มันนอนอยู่ข้างๆเตียง ก่อนจะพูดสำทับมันไป
“อยู่เงียบๆนะโว้ย! ห้ามร้อง ....อ่อ!ห้ามอึห้ามฉี่ด้วย ถ้ากรูเห็นว่าเมิงมาขี้ใส่ห้องกรูนะ โน่นเลย! เตรียมตัวไปเป็นศิทย์วัดได้เลยนะเมิง!"

ผมขึ้นไปนอนบนเตียง แต่ก็คอยเหลือบมองไอ้หมากิ๊ฟว่ามันหลับจริงๆรึเปล่า? ถ้ามันร้องหนวกหูคงไม่ต้องร่วมชายคากันหรอกคืนนี้ เหมือนมันจะรู้ความที่ผมบอก มันก็นอนนิ่งในที่ของมันไป เออ...ดีเว้ย! ขู่แล้วมันก็เชื่อเว้ยเฮ้ย!

พอผมนอนลงที่เตียง ดินก็พลิกตัวมากอดผมซะงั้น ปกติแล้วผมจะเป็นคนกอดมากกว่า วันนี้อะไร? แปลกๆ
“กาย....ขอบคุณ..”
“นึกว่าหลับไปแล้ว...ตื่นตอนไหน?..หืม...”

“ก็....ตั้งแต่กายอุ้มกิ๊ฟขึ้นมามาห้องนอนด้วย .....ขอบคุณนะ”
“แค่คืนนี้เท่านั้นแหล่ะ! ต่อไปอย่าหวัง!”
“น่าๆ....กายไม่ใจร้ายอยู่แล้วนะ เรารู้ดี....”
“...ท....ที่ยอมให้มันขึ้นมาเพราะจะได้ไม่ต้องส่งเสียงดังหนวกหูแค่นั้นแหล่ะ!”
“อืม....กายใจดีจัง” ไม่ชมเปล่าๆ ทั้งกอดทั้งหอมแก้มผมด้วย เล่นมาทำกันแบบนี้ผมก็เขินนะ ....หึ! ถ้าแบบนี้ก็พอแลกกันได้หรอก คนที่ไม่เคยกอดผมก่อนก็มากอด ถือว่าได้อย่างเสียอย่างล่ะกัน

“แค่นี้พอใจแล้วสิ ...งั้นกายจะนอนแล้วนะ”
ผมขยับตัวให้ดินมานอนหนุนแขนของผมได้ถนัด
ร่างบอบบางนอนซุกลงข้างกล้ามเนื้อหนา สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ปะทะกับหน้าอกของผม อีกทั้งอุณหภูมิร่างกายและน้ำหนักของขาเรียวยาวที่ก่ายวางลงบนท่อนขาใหญ่ๆ การนอนกอดกันของเราทำให้ผ้าห่มที่ว่าอุ่นก็เลยอุ่นขึ้นอีก นี่แหล่ะที่เค้าเรียกว่าเป็นแฟนกันจริงๆ แล้วจะไม่ให้ผมเป็นปลื้มกับบรรยากาศแบบนี้ได้ไง

เฮ้อ....จะมาเสียก็ตรงที่ว่า ในห้องก็ไม่ได้อยู่กันแค่เราสองคนซะหน่อย มีแขกสี่ขาไม่ได้รับเชิญที่ผมไม่เต็มใจให้มาอยู่ด้วยมาร่วมวงนอนอยู่ข้างๆเตียงด้วยนี่สิ!

คืนแรกของเรา...ไม่ราบรื่นอย่างที่หวังเล้ย! ดินพอจะเอาแต่ใจก็หัวรั้นสุดๆ ยิ่งคิดก็ปวดหัว พรุ่งนี้จะคิดทำยังไงต่อค่อยว่ากันก็แล้วกัน .......


“ดิน....รักนะ”
“อื้อ.....กาย....เราก็เหมือนกัน”

 

 


“งื้ด.....”
“ไม่ต้องร้องเลยไอ้กิ๊ฟ!”

 

 


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Comment

Comment:

Tweet

กายโหดไปนะ ระวังเกิดชาติตาเป้นหมาเอา ไม่สิท่าทางจะชอบนะเป้นหมาเนียได้อยู่ไกล้ๆๆดินด้วย น่าร๊ากกกก ดินน่าร๊ากดีอ้ะนะ สุดยอดของคนรักสัตว์เลย กรื้ดดดด บรื้มค่ะ บรื้มจริงๆๆๆๆ

#2 By ออม (110.77.132.201) on 2011-11-26 17:07

น่ารักๆๆๆ มีน้อง(ลูก)หมาเเล้ว ชอบจังเลย พี่ดินนี่ เเอบดื้อเหมือนกันนะนี่

สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามต่อนะคะ ขอบคุณค่าHot!

#1 By gowe on 2010-05-20 20:21