Boy Plus
Part 19 : ครอบครัวตัว ก. (จบpart)

 

“เอ้า!ฉลองให้กับหลาน ,สะใภ้ และปีใหม่กัน!”
“เฮ้!!!”

 

พี่กรพอมาถึงก็ไม่ทำอะไร ทั้งกินทั้งดื่มเต็มที่ แถมทำตัวทำยังกะเป็นเจ้าภาพงานซะเอง ทั้งที่วันนี้พี่กันออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
แต่ไอ้ที่ฟังแล้วผมกับดินรู้สึกอายสุดๆก็ไอ้คำว่า “สะใภ้” นี่สิ จะเน้นจะย้ำอะไรกันนักกันหนา ก็รู้ทั้งรู้ว่าดินเค้าเป็นผู้ชายจะมาเป็นสะภ้งสะใภ้อะไรกัน! เอาไว้เรียกกันเล่นๆก็พอได้ แต่เท่าที่ฟังๆดู ทุกคนต่างก็เออออเห็นจริงไปกับคำนี้หมดเลย ตอนแรกผมก็ไม่รู้สึกอะไรกับคำนี้นะ แต่พูดกันบ่อยไปนานๆเข้าก็อายแทนดินซะแล้ว

“พี่ๆพอเหอะ เลิกพูดได้แล้วไอ้คำว่าสะใภ้อ่ะ ผมกับดินอายจะแย่แล้ว”
“อะไรก๊าน! ไอ้กาย! คนเป็นแฟนกัน งั้นว่ากันตามศักดิ์ก็ต้องเป็นน้องสะใภ้อยู่แล้ว รึจะให้เรียกว่าน้องเขยว่ะ?”

“ไม่ต้องเรียกแบบไหนทั้งนั้นล่ะ! ไม่พูดได้มั้ย? แม่พูดอะไรกับพี่หน่อยดิ!” ไอ้ด้วยความเมาของพี่กรก็คงพูดออกมาอย่างประสาเมา ผมต้องหันไปพึ่งแม่เผื่อจะระงับคำพูดของพี่กรได้

“แม่ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นไรนิ! เป็นแฟนกายก็เหมือนเป็นลูกสะใภ้แม่อยู่แล้วนิ เนอะ!”
“ใช่แม่พูดถูก!!! ไอ้กายมันขี้อายไปเอง ส่วนน้องดินก็ไม่เห็นว่าอะไรเลย ใช่ป่ะน้องสะใภ้!!”
พี่กันก็อีกคนแซวกันเข้าไป

แทนที่แม่จะเข้าข้างก็ดั๊น!ไปเข้าข้างพี่ๆซะหมด แล้วพี่กันยังจะหันมาแซวให้ดินเค้าอายกว่าเดิมอีก แบบนี้ผมก็นั่งไม่ติดแล้ว

“ไม่เอาแล้ว! ไม่อยู่กินด้วยแล้ว ป่ะดิน เราไปนั่งที่อื่นเหอะ” ผมชวนดินให้ออกจากงานเลี้ยงไปดีกว่า ขืนทนนั่งต่อไปมีหวังอายจนตายแหงๆ
“ม..ไม่เป็นไรหรอกกาย ออกจากงานก่อนมันเสียมารยาทนะ ขออยู่ร่วมงานกันจนเสร็จแหล่ะ”

“น้องสะใภ้ดินเค้ามารยาทดี ไม่เหมือนเมิงหรอกกาย ทำพาลเป็นเด็กๆไปได้”  พี่กรก็ยังจะพูดแบบนั้นอีก
“ก็ขืนอยู่แบบนี้ ผมคงอายจนมุดโต๊ะแหงๆ เล่นพูดแซวไม่หยุดเลยอ่ะ อยู่ไม่ไหวแล้ว ดินไปเหอะ!”
ผมบังคับให้ดินลุกไปด้วยกัน ถ้าปล่อยให้นั่งอยู่กับพี่ๆกับแม่ตอนที่กำลังเมาทุกคนแบบนี้นะ มีหวังถูกรุมยัดเยียดให้เป็นสะใภ้บ้านนี้จริงๆซะหรอก! ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะ แต่ตอนนี้มันอายมากกว่าน่ะ!

“วิ้ว!!! อย่าพาน้องสะใภ้กรูไปไหนไกลนะ ถ้าจะจู๋จี๋กัน ไปบนห้องเมิงเลยนะกายยย!!”
“โว้ย!!ไอ้พี่กัน หุบปากจะได้ม้ายยยย!!!”
อุตส่าห์ออกมาจากวงแล้วยังจะแซวตามหลังอีก ทั้งแม่ทั้งพี่ก็เมากันหมดแล้ว ปล่อยให้สนุกอยู่กันสามคนไปเหอะ ไม่ไหวจะเคลียร์แล้วล่ะผม

ผมกับดินแยกออกมานั่งคุยกันที่สวนหลังบ้าน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะพามาเพื่อให้สนุกกับทุกคน แต่พอให้ดินมาเจอสภาพแบบนั้นแล้ว ผมก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน
“เราต้องขอโทษแทนแม่กับพี่ด้วยนะ คงจะสนุกกันเกินไปหน่อยทำให้ดินต้องมาทนอายน่ะ”
ดินเค้ามีอาการเหมือนโล่งใจหน่อยแล้ว เพราะเมื่อกี๊ตอนที่นั่งฉลองกัน ดินเค้าเอาแต่นั่งเรียบร้อย ปล่อยให้พี่ๆกับแม่แซวเอาซะเยอะเลย คงทั้งอึดอัดทั้งอายล่ะสิ

“หึ!ไม่เป็นไรหรอกกาย บ้านกายน่ะสนุกดี อาจจะพูดตรงไปตรงมาหน่อย แต่ก็เป็นกันเองดีนะ”
“เหรอ? นึกว่าดินจะไม่ชอบแม่กับพี่ๆซะแล้ว”

“แล้วทำไมเราจะไม่ชอบครอบครัวของกายล่ะ พวกเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรเราซะหน่อย กายน่ะดีแล้วที่มีแม่กับพี่ที่น่ารักแบบนี้ เราก็ยังคิดเลยนะว่าอยากมีบรรยากาศในบ้านเหมือนบ้านกายบ้างเลย”
กระต่ายน้อยไม่ได้มีอาการลำบากใจอย่างที่ผมคิดไว้ แต่กลับดูร่าเริงดี ผมคงคิดมากไปหน่อย

“อย่างที่บ้านเราก็มีแค่เรากับแม่กันสองคน แล้วกายก็รู้ว่าแม่เราก็ไม่ค่อยอยู่บ้านด้วย พอมาเห็นครอบครัวกายแบบนี้แล้ว เราก็ยังอิจฉากายเลยว่ามีครอบครัวที่อบอุ่นดีออก”
คำพูดที่ดินพูดออกมาปนกับอารมณ์เหงาๆเมื่อต้องคิดถึงบ้านตัวเอง ยิ่งเอามาเปรียบเทียบกับบ้านผมแล้ว ความรู้สึกก็คงจะต่างกันมาก
ผมเอื้อมมือไปกุมเอาฝ่ามือเล็กเรียวของดินที่วางพาดบนพื้นเก้าอี้ ยกขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอกของผม

“ดินก็คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของดินอีกหลังสิ ชดเชยสิ่งที่ดินขาดหายไป ถึงแม้ว่าบ้านกายจะมีแต่คนบ๊องๆอยู่เยอะไปหน่อย
อืม....ก็รวมทั้งคนบ๊องอย่างกายด้วยอ่ะน่ะ! ถ้ารู้สึกเหงาก็มาบ้านนี้ มาหาแม่ พี่ๆ แล้วก็กายด้วย จะยินดีต้อนรับดินเสมอเลย”
รอยยิ้มบางๆที่ปรากฏบนใบหน้าใสๆของดิน เป็นการตอบรับคำพูดของผม ดินขยับเข้ามานั่งชิด ผมก็ตอบรับด้วยการให้ดินพิงไหล่เช่นกัน


“ขอบใจนะ...”


“อืม....ถ้าจะให้ดีมาอยู่ด้วยกันซะเลยเป็นไง? เป็นลูกสะใภ้บ้านนี้จริงๆไปเลยดีม่ะ!”
“ยังจะพูดแบบนั้นอีกนะกาย!” ไอ้คำว่าสะใภ้มันตามมาหลอกหลอน แต่ผมก็อดที่จะแซวดินด้วยคำนั้นไม่ได้ ก็อย่างว่าอ่ะนะ ถ้าดินได้มาเป็นสะใภ้จริงๆก็ดีอ่ะดิ!
ผมหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาที่มีต่อคำว่า “สะใภ้” ของดิน เพราะพอพูดคำนี้ขึ้นมาดินก็ทำหน้าเบ้มาทันที

 


“ใกล้ได้เวลานับถอยหลังปีใหม่แล้ว ไปจุดพลุกันดีกว่า”
“อื้ม!เอาสิ”
“เดี๋ยวไปชวนแม่กับพี่ด้วยดีกว่า ดินไปรอที่หน้าบ้านนะ!”
ผมเดินเข้าไปในบ้านหยิบเอาพลุและดอกไม้ไฟถุงใหญ่ถือติดมือมาด้วย แล้วเข้าไปชวนแม่กับพี่ที่กำลังร้องเพลงคาราโอเกะกันลั่นบ้าน ให้ออกมาจุดพลุนับถอยหลังด้วยกัน

ตอนนี้ก็ใกล้เวลาจะปีใหม่แล้ว รอบๆบ้านเราก็ได้ยินทั้งเสียงคนจุดประทัด พลุ และดอกไม้ไฟกันทั่วทุกหลัง
เสียงดังและแสงสีต่างๆ จากดอกไม้ไฟก็ทยอยจุดขึ้นเป็นระยะ บ่งบอกว่ากำลังจะข้ามสู่ช่วงเวลาของปีใหม่
พวกผมก็เริ่มจุดพลุและดอกไม้ไฟด้วยเหมือนกัน การนับถอยหลังก็ด้วยการเปิดทีวีเพื่อฟังการนับถอยหลังจากช่องสถานี

 


“5…..4…..3…..2…..1……สวัสดีปีใหม่!!!!!”

 

เสียงกล่าวสวัสดีปนกับแสงเสียงของพลุและดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นพร้อมกัน ทั่วบริเวณหมู่บ้านก็ได้ยินเสียงดังของพลุและดอกไม้ไฟที่พุ่งสู่ท้องฟ้าและแตกกระจายออกเป็นดอกดวงอย่างสวยงามกันทั่วไป

ตอนแรกว่าจะไปขอพรกับแม่ซะหน่อย แต่ไม่ทันที่จะได้ไปขอ แม่ก็เข้าไปในบ้านร้องเพลงคาราโอเกะต่อซะแล้ว ส่วนพี่ๆก็นั่งดื่มนั่งกินกันอีกรอบ เมากันไปหมดทั้งสามคน นี่ถ้าผมเป็นอย่างเมื่อก่อนก็คงจะเมาแบบนั้นแล้วเหมือนกัน
แต่สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่กินเหล้าอีก ก็เลยต้องปล่อยให้พี่ๆกับแม่เค้าสนุกกันไป นานทีปีหนเนาะ!  ปล่อยแก่กันสักวันไม่เป็นไรหรอก

“กาย....เราง่วงแล้วอ่ะ ว่าแต่จะให้เรานอนที่ไหนเหรอ?”
“ตายล่ะ!ลืมเลย มัวแต่จัดงานเลี้ยงฉลอง ดันลืมนึกถึงเวลานอน เดี๋ยวกายไปถามแม่ก่อนนะ”

แม่กำลังร้องเพลงอย่าเมามันไม่สนใจใคร มีพี่กรคอยส่งแก้วให้แม่ดื่มอยู่ตลอด ว่าจะเข้าไปถามแต่สภาพนี้คงจะไม่รู้เรื่องแล้ว แบบนี้คงต้องตัดสินใจเองแล้วล่ะ

“ไม่ไหวแบบนี้ แม่เมาแอ๋แล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวกายขึ้นไปจัดห้องให้นะ”

 

ผมกับดินขึ้นไปบนบ้าน หวังจัดเอาห้องว่างห้องหนึ่งให้ดินได้นอน แต่ก็ต้องผิดหวังก็เมื่อตอนนี้มันกลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว
“แม่มายัดของเข้าห้องนี้ตอนไหนล่ะเนี้ย? แล้วแบบนี้จะทำไงล่ะ?”
แม่นะแม่ อุตส่าห์บอกไว้แล้วว่าดินจะมา แต่คงจะมัวทำอย่างอื่นจนลืมเตรียมห้องให้แหงเลย ปกติพี่กรก็ต้องช่วยแม่จัดบ้านอยู่แล้ว พอพี่กรไม่อยู่แม่ก็คงลืมนึกถึงไปสนิท

“เอาแบบนี้นะ ดินไปนอนที่ห้องกาย แล้วกายจะไปนอนที่โซฟาด้านล่างเอง”
“ไม่เป็นไรหรอก กายนอนห้องกายเถอะ เราลงไปนอนข้างล่างก็ได้”
“เฮ้ย!ไม่ได้ๆ ดินเป็นแขกนะ จะให้นอนโซฟาได้ไง! เอาแบบที่กายว่านี่แหล่ะ ดินไปนอนห้องกายเหอะ”
“เราก็ไม่อยากให้กายไปนอนลำบากเหมือนกัน อืม....เอางี้มะ? เราแชร์ที่นอนกันก็ได้ นอนห้องเดียวกันนี่แหล่ะ!”

ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก!ด้วยความตื่นเต้น
“น.....นอนห้องเดียวกันนี่นะ? เราสองคนเนี้ยนะ?”
“ก็ใช่สิกาย!ก็เป็นทางเลือกที่ดีทั้งสองฝ่ายแล้วนิ กายไม่อยากให้เรานอนข้างล่าง เราก็ไม่อยากให้กายต้องลำบาก นี่เป็นวิธีที่โอเคสุดๆแล้ว”

“เอางั้นเหรอ? ก...ก็ได้”
เซอร์ไพรส์สุดๆก็ตอนนี้! นี่ก็เหมือนกับว่าดินเค้ากำลังทำตัวเองอยู่ในนิยามของคำว่า สะใภ้ ไปจริงๆซะแล้ว เพราะเป็นคนซื่อทำไปเพราะไม่รู้  รึเป็นความจงใจจริงๆของดินกันแน่เนี้ย?

ผมเปิดประตูห้องตัวเองให้ดินเข้าไปก่อน แล้วผมก็เดินตามเข้าห้องตามไปติดๆ ในใจผมกำลังคิดเรื่องไม่ดีไม่งามกับดินอยู่หลายเรื่อง ทั้งจินตนาการเรื่องที่คิดจะทำ เรื่องขณะที่ทำ หรือแม้แต่เรื่องที่เราจะอยู่ในสภาพแบบไหนกันคืนนี้
อ๊าก!!!แทบคลั่ง นี่กระต่ายน้อยกำลังให้ท่าผมอยู่รึเปล่าเนี้ย?
ถ้าผมจะเริ่มต้นกับดินจริงๆแล้วผมควรจะทำไงดี?
เอาวะ! ไหนๆคืนนี้ก็เหมือนเป็นการส่งตัวเข้าหออยู่แล้ว จะเป็นไงก็เป็นกันวะ!!

 


“กาย...เราไว้ใจกายนะ! กายคงไม่ทำให้เราต้องเสียความรู้สึกใช่มั้ย?”


“จ...จ๊ะ....ดินไว้ใจได้เลย”

 


ฝันค้างเลยผม!!! นึกว่าดินเค้าจะยอมกับผมซะอีก

 พูดแบบนี้แสดงว่าแค่ให้ผมนอนด้วยโดยห้ามไม่มีอะไรกันงั้นสิ!
แง่ง! คนนะไม่ใช่พระอิฐพระปูน จะให้นอนนิ่งๆเฉยๆได้ไง! ไอ้ตอนพูดน่ะมันรับปากได้ แต่พอให้นอนไปจริงๆไม่รู้ว่าจะทนได้รึเปล่าน่ะสิ!


ผมให้ดินเลือกฝั่งที่จะนอนก่อน แล้วผมก็ตามขึ้นไปนอนทีหลัง เตียงกว้าง 6 ฟุต เลยดูแคบถนัดตา แถมยังมีหมอนข้างอีกอันยิ่งทำให้บีบเราให้อยู่ใกล้กันมากขึ้น ผ้าห่มที่มีแค่ผืนเดียว เราก็เลยต้องแบ่งใช้กันคนละครึ่ง ระยะห่างแค่คืบเดียว ทำให้ผมรู้สึกกระสับกระส่ายสุดๆ ก็ของน่ากินมาวางไว้ตรงหน้าแต่กินไม่ได้ จะให้หลับไปเฉยๆก็คงยาก

ใจผมเวลานี้ เต้นตูมตามเหมือนจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว ไอ้เรื่องที่เคยนอนกอดกันมันก็ใช่อยู่หรอก (แต่นานแล้ว) เพราะแบบนี้มั้ง? ที่ผมยังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ต้องมานอนข้างๆดินอยู่แบบนี้ ชักเครียดแฮะ!

 


1 ชั่วโมงผ่านไป ดินเค้านอนหลับสบายไปแล้ว....

แต่ผมยังทุกข์ทรมานกับการหลับไม่ลง


ให้ตายเหอะ! ไอ้การที่ต้องมานอนใกล้ชิดสนิทแนบเนื้อกันแบบนี้ ปากผมน่ะพูดว่าพอทนได้!
แต่ไอ้กายน้อยข้างล่างมันไม่ยอมฟังด้วยนะสิ! ทะลึ่งตื่นขึ้นมาทำไมวะ! นอนนิ่งๆได้มั้ยไอ้กายน้อยของพ่อ! อย่าซนได้มั้ยลูก!!

 

 

 

ไม่ไหวแล้วโว้ย!!!!!

 

 

ต้องรีบลุกไปทำธุระในห้องน้ำด่วนๆ ขืนอยู่แบบนี้มีหวังนอนไม่หลับแหงๆ


ผมค่อยๆลุกย่องออกจากเตียง ไม่อยากให้ดินตื่นมาเห็นผมในสภาพ “ตุงตรงเป้า” เดี๋ยวจะคิดว่าผมคิดไม่ดีอีกล่ะ (ก็คิดจริงๆอ่ะ!) พอลุกจากเตียงได้ก็เดินย่องออกจากห้องพุ่งตรงไปห้องน้ำชั้นล่างทันที


“อา....โล่ง....”
หลังจากทำธุระแบบว่า! ไปแล้ว ผมก็ค่อยหายหงุดหงิดงุ่นง่านลงไปเยอะล่ะ เลยเดินไปดูแม่กับพี่ๆซะหน่อย ตอนนี้เกือบตีสองแล้ว เห็นเงียบๆผิดปกติ ซึ่งปกติแล้วบ้านเรามักจะชอบกินเลี้ยงกันยันเช้า แต่วันนี้แปลก เงียบต๋อมเชียว!

พอเดินไปห้องรับแขกที่ใช้เป็นงานเลี้ยง ก็เห็นแม่กำลังห่มผ้าให้พี่ๆที่นอนอยู่โซฟาคนละตัว สภาพแต่ละคนเงี้ย! สลบเพราะฤทธิ์เหล้าไปทั้งคู่แล้ว
“อ้าว! แม่ นึกว่าจะฉลองยันเช้า ไหงงานล้มแล้วล่ะ?”
“ก็พวกนี้นะสิ เดี๋ยวชน เดี๋ยวชน ไม่เมาหลับได้ไง! แล้วกายล่ะ เห็นขึ้นห้องไปแล้วนิ ลงมาทำไมล่ะลูก?”
“ม...มาฉี่แม่! มาฉี่น่ะ! กำลังจะขึ้นไปนอน ฮ้าว! ง่วงแล้วด้วย”  แหลไปครับ จะไปบอกได้ไงว่ามาทำอย่างว่ากันล่ะ!


“ว่าแต่ ดินเค้าไปนอนไหนล่ะ? แม่ก็พึ่งนึกได้ว่าไม่ได้จัดห้องเผื่อไว้นี่?”
อะจึ๋ย!!! หวั่นใจอยู่แล้วว่าแม่จะถามแบบนี้  เอาไงดีวะ? จะตอบไงดี?

“อย่าบอกนะ..ว่า.........ห้องลูกน่ะ!!”
“แฮะๆๆๆ ช....ใช่ แม่...ใช่”

ตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูกแล้วที่แม่รู้เรื่องนี้ ก็จะให้ผมแหลไปทำไมล่ะ! ก็บ้านตัวเองแท้ๆ แค่นี้แม่ทำไมจะไม่รู้
ก็ข้างบนก็มีแค่ 5ห้อง คือ ห้องผม ห้องพี่ๆ ห้องว่างที่ตอนนี้เป็นห้องเก็บของแล้ว กับห้องพระแค่นั้น
ส่วนแม่ เห็นบอกว่าไม่อยากขึ้นลงบันไดเลยมีห้องนอนอยู่ชั้นล่างต่างหาก เลยเดาได้ไม่ยากว่าดินเค้าอยู่ไหน

“กำลังจะบอกให้กายมานอนที่ห้องกับแม่ แต่คงสายไปแล้ว! อ่ะแน่ะแน้!!! ทำอะไรกันรึเปล่า?”
“เฮ้ย!!บ้าน่ะแม่ คนอยู่กันเยอะแยะผมไม่กล้าทำอะไรหรอก! แม่อย่าคิดลึกดิ! ขนาดอยู่หอเรายังไม่ได้มีไรกันเล้ย!!”

“แม่ก็ไม่ได้ว่าอาร้าย!!! ยังไงดินก็เป็นแฟนลูกนี่นา ไอ้เรื่องแบบนี้แม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่อย่าหักโหมนักนะลูก เดี๋ยวไม่มีแรงไปเรียน”

“แม่!!!!!!!”


โหย!ใครมาพูดแบบนี้ผมยังเฉยๆ แต่คนที่พูดต่อหน้าเป็นแม่ตัวเองแท้ๆ ความอายมันเลยระเบิดเป็นล้านเท่า คนที่ไม่อยากจะคุยเรื่องแบบนี้ให้ฟังก็คือแม่นี่แหล่ะ! โอ๊ย!!! จะบ้าตาย

“แม่ล้อเล่นนนนน!! กายบอกไม่มีอะไรแม่ก็เชื่อ ขึ้นไปนอนเถอะ แม่ก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”
คำพูดของแม่ไม่ทำให้ผมหายอายสักเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกดีที่แม่เข้าใจสภาพการคบกันของผมกับดิน แต่ก็อย่างว่าล่ะ! มันก็เป็นเรื่องที่น้อยคนอยากให้ครอบครัวรู้  แต่เห็นแม่เข้าใจความเป็นเราได้ผมก็โล่งใจ


“กาย!”
ผมกำลังเดินขึ้นบันได แม่ก็เรียกผมอีก

“อย่าหักโหมนะลูก”

“แม่!!!!”
ว่าแล้วแม่ก็วิ่งเข้าห้องตัวเองไปเลย บางครั้งแม่ก็ทำตัวเป็นเด็กๆ ผมก็ยังรู้สึกเลยว่าไอ้นิสัยแบบนี้ ผมได้มาจากแม่พันเปอร์เซนต์!!


ผมเดินขึ้นห้องไปด้วยความรู้สึกอายสุดๆ วันนี้อายกันอยู่ทั้งวัน ไอ้การตัดสินใจเปิดตัวแฟนนี่ต้องเอาความหน้าหนาเข้าแลก แต่ไม่รู้ว่าวันนี้ความหน้าด้านหน้ามึนผมหายไปไหนหมด เฮ้อ!


หลังจากการอายยามดึก ก็ต้องมาผจญต่อกับการทนขันติกับตัวเองอีกรอบ ก็เมื่อกี๊เพิ่งทำร้ายตัวเองไปรอบนึงหมาดๆแล้วนี่หว่า! พอเข้าห้องมาก็ดันคึกอีกทำไมวะ!!!
เอาไงดีวะกรู? จะข่มตาให้หลับยังไงน้อ! ถ้ายังคงต้องทนนอนร่วมเตียงกันแบบนี้ คืนนี้คงนอนไม่หลับแหง! ดีไม่ดีนะตบะแตก ลุกขึ้นปล้ำดินขึ้นมาไม่ซวยตามหลังอีกเหรอวะ?

เหมือนวันนี้เป็นวันทดสอบผมซะจริง! เหนื่อยใจ.....

 

........................

 

 “อืม.....หิวน้ำจัง”

แอ๊ก!

“อู๊ย!!!”

“อ้าว…กาย!!!มานอนอะไรที่พื้นเนี้ย? นอนตกเตียงเหรอ?”
ผมโดนดินเหยียบเอาซะเต็มตรีน! จู่ๆดินก็ลุกขึ้นมา แล้วมาเหยียบโดนผมที่นอนอยู่ข้างล่างเต็มๆ
ที่ผมต้องลงมานอนที่พื้นก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด คือถ้าผมนอนร่วมเตียงกับดินต้องตบะแตกอยู่แล้ว ผมรู้ตัวเองดีเลยต้องหอบสังขารมานอนพื้นนี่แหล่ะ!

“ฮ่ะๆ เปล่าอ่ะ! แค่อยากมานอนข้างล่างมันเย็นดี”
“โกหกชัดๆ หนาวแบบนี้ไปนอนที่พื้นได้ไง ดูสิ!ผ้าห่มผืนนิดเดียว นี่! ถ้าไม่อยากให้เรานอนด้วยก็บอกกันดีๆสิ”

“เฮ้ย! ไม่ได้ไม่อยากให้ดินนอนด้วยนะ แต่ว่า....เอ่อ...”  ก็กลัวว่าจะปล้ำดินน่ะแหล่ะ! แต่ไม่กล้าพูด
“แต่อะไรเล่า! อย่าทำแบบนี้สิ เราลำบากใจนะ! พูดมาเร็วๆ แต่อะไร?”

“ถ้าพูดแล้วอย่าโกรธนะ....”
“อื้อ...ได้ๆ” ดินตอบรับแบบรำคาญ

 


“ก็....กลัวจะอดใจไม่ไหว แค่นี้ก็กลั้นใจจะแย่แล้ว”

ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆที่ลอดผ่านประตูเข้ามา ก็พอเห็นว่าดินมีอาการอึ้งอยู่หน่อยๆเมื่อได้ยินคำตอบจากปากผม

“ก....กาย คิดแบบนั้นอยู่เหรอ?”
“ก็ใช่นะสิ! นี่ถ้าไม่มานอนข้างล่างป่านนี้ดินคงโดนปล้ำไปแล้ว ช่างไม่เข้าใจหัวอกวัยหนุ่มอย่างเราซะเล้ย!”


“เรานึกว่ากายจะทนได้ซะอีก.....เห็นนิ่งๆไม่คิดว่ากาย....”
“ถ้าทนได้ก็แปลกแล้ว มีแต่ดินนี่แหล่ะที่เหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย นี่ถามจริงๆนะ.....เคยคิดกับเราเรื่องอย่างว่าบ้างป่ะ?”
คำถามผมตรงประเด็นสุดๆ จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่ผมถามดินในเรื่องแบบนี้

“ก็...ก็เคย.....แต่เราคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แล้วก็คิดว่ากายคงรอได้.....แต่.......”

ดินออกอาการวิตกทันที ผมคงจะเซ้าซี้ไปหน่อย ช่างมันเหอะ! ยังไงที่นี่ตอนนี้ก็เป็นบ้านตัวเองอยู่แล้ว คงไม่สะดวกใจนักหรอกที่จะมาคิดถึงเรื่องอย่างว่าขณะที่มีญาติอยู่ตรึม


“ดิน...ไม่ต้องคิดมากนะ เราคงเร่งดินไปหน่อย ดินยังไม่พร้อมกับเราตอนนี้ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เราพอทนได้”

“อ...อืม”
“แล้ว...ลุกขึ้นมาทำไม? ได้ยินว่าหิวน้ำเหรอ? งั้นจะไปเอามาให้นะ” ผมเดินไปหยิบขวดน้ำที่โต๊ะมาให้ดินดื่ม พอดื่มเสร็จผมก็เอาไปวางที่โต๊ะเหมือนเดิม

 

“กาย...จะนอนที่พื้นจริงๆเหรอ?”
“ทำไงได้ล่ะ ...ก็เราเป็นแบบนี้แล้ว ให้นอนด้วยคงไม่ไหว ขอนอนข้างล่างนี่แหล่ะ”
“งั้นกายเอาผ้าห่มผืนนี้ไปนะจะได้ทั้งปูพื้นกับห่มไปด้วย ส่วนผืนเล็กนั่น กายเอามาให้เราดีกว่า”
“ไม่เป็นไร แค่นี้สบายอยู่แล้ว ห่มผืนนั้นเหอะ”
“ไม่นะกาย! ทำอย่างที่บอกเถอะ ไม่งั้นเราไม่สบายใจนะ เป็นเพราะเราเองแหล่ะไม่คิดให้ดี กายเลยต้องมาลำบากแบบนี้”
ถ้าดินได้พูดว่าไม่แล้ว ก็คงไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายๆแน่ สุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตาม

“อ่ะ! ก็ได้....เพื่อความสบายใจของดินนะ”
ผมก็เลยต้องแลกผ้าห่มกันกับดิน พอแลกกันแล้ว ดินก็เขยิบมานอนใกล้ขอบเตียงเพื่อให้มองเห็นผมที่นอนอยู่ข้างล่าง

“นอนนะดิน ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก อุ่นขึ้นเยอะแล้ว”
“อืม....งั้น....ฝันดีนะกาย”

ดินยังคงจ้องมองมาที่ผมเพื่อรอดูให้ผมหลับ ในใจคงกังวลอยู่ว่าผมจะนอนไม่สบายตัว ผมก็เลยแกล้งหลับตาอยู่นิ่งๆไปสักพัก ไม่นานนัก ดินที่นอนมองได้สักพักก็หลับไป


….ส่วนผมอ่ะดิ! ถึงจะหลับตาแล้ว แต่ก็ยังให้หลับจริงๆไม่ได้ เพราะอารมณ์หื่นมันยังไม่หายไปน่ะสิ!
ผ้าห่มที่ดินเปลี่ยนให้ก็ดันมีกลิ่น “ฟีโรโมน” ติดมาด้วย  นอนดมกลิ่นหอมนั่นอยู่ตลอดยิ่งทำให้ผมแทบคลั่งตาย 
ต้องนับแกะเป็นพันๆตัวกว่าจะข่มใจข่มร่างกายให้หลับได้ลง
แต่ก็เกือบจะตี4โน่นแหล่ะวะ! ถึงหลับ.....

 

โอย…..ช่างเป็นคืนข้ามปีที่แสนทรมานของผมจริงจิ๊งงง!
ปีใหม่ของคนอื่นเค้าเริ่มต้นด้วยความสุข แต่ทำไมปีใหม่ของผมเริ่มด้วยการอดทนแบบสุดๆด้วยยยยยย!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Comment

Comment:

Tweet

เหทือนจะมีความสุข เเต่ก็ทุกข์ทรมานไปพร้อมๆกันเลยนะกาย กร๊ากกก

ชแบๆๆๆ รออ่านต่ออีกนะคะ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By gowe on 2010-05-13 14:59